About AEC

วัดใกล้พระราชวังหลวงพระบาง

by Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

วัดพระมหาธาตุราชบวรวิหาร (วัดทาดน้อย)
 
วัดพระมหาธาตุสร้างในปีพ.ศ. 2091 (สมัยพระเจ้าไซยเชษฐาธิราช) ได้รับการบูรณะมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งที่สำคัญ เกิดขึ้นในปีพ.ศ.2453 โดยเจ้ามหาอุปราชบุญคง ภายในสิม (อุโบสถ) แบบล้านช้างมี "ราวเทียน" รูปนาค 24 ตัว ฝีมือการแกะวิจิตรงดงาม หน้าสิมมีเจดีย์ธาตุองค์ใหญ่ บรรจุอัฐิของเจ้าเพชรราชรัตนวงศา อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศลาว และถือเป็นรัฐบุรุษของประเทศลาวยุคใหม่ เฉพาะพระอุโบสถขนาดใหญ่ มีการตกแต่งเพิ่มเติมรูปสลักบนบานประตูและหน้าต่าง แสดงเรื่องเล่าชาดกพระสุธนมโนราห์ดูสวยงามเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นฝีมือสกุลช่างพ่อเฒ่าเพียตัน ด้านหลังมีพระธาตุเจดีย์ยอดทรงระฆังประดับเศวตฉัตร 17 ช่อ นั้นหมายถึง วัดนี้สร้างโดยพระมหากษัตริย์หรือเจ้าชีวิต
 
 
วัดหอเซียงวรวิหาร
 
วัดหัวเซียง สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าไซเชษฐาธิ ราช (พ.ศ. 2091) เช่นเดียวกันกับวัดพระมหาธาตุ มีการค้นพบพระพุทธรูปสำริดในสมัยเดียวกันหลายองค์ พระอุโบสถมีขนาดเล็กเป็นศิลปะแบบหลวงพระบางแท้ๆ ภาพวาดฝาผนังด้านหน้าได้ถูกวาดขึ้นในภายหลัง
 
 
 
 
 
วัดโพนไซซะนะสงคราม
 
สร้างในปี พ.ศ. 2334 โดยพระเจ้าอนุรุทธราช ตามประวัติกล่าวว่าเป็นประเพณีที่พระมหากษัตริย์แห่งนครหลวงพระบางและเหล่าแม่ทัพนายกองทั้งหลายต้องมาทำพิธีนมัสการพระองค์หลวง (พระประธาน) เพื่อขอพรก่อนจะออกไปรบทัพจับศึก เชื่อกันว่าองค์พระประธานของวัดนี้ มีอำนาจช่วยบันดาลให้ชนะศึกสงคราม พระอุโบสถมีลักษณะศิลปะแบบหลวงพระบางทั่วไป ภายในแบ่งเป็น 3 ห้องยาว 4 ห้องขวาง ภายหลังห้องขวางพังลง 2 ห้องและเริ่มบูรณะในปีพ.ศ. 2513 โดยขยายกว้างออกข้างละ 1 เมตร จากนั้นจึงบูรณะใหม่หมดทั้งหลัง
 
 
วัดเซียงม่วนวชิระมังคลาราม
 
สร้างโดยเจ้านายพระองค์หนึ่งในปีพ.ศ. 2396 ในรัชสมัยพระเจ้าจันทราช ในการบูรณะพระอุโบสถภายหลังมีเพียงบางส่วน โดยเฉพาะฝาผนังทั้งสองข้างและผนังด้านหน้า ปัจจุบันยังคงสภาพโครงสร้างดั้งเดิมเอาไว้ ผนังด้านนอกทางหน้าสิม (อุโบสถ) มีภาพวาดที่สวยงาม ด้านทิศตะวันตกของพระอุโบสถมีพระธาตุและอูบมุงกล่มหนึ่ง ปัจจุบันวัดเชียงม่วนได้เปิดให้เป็นศูนย์ฟื้นฟูศิลปะสกุลช่างลาวหลวงพระบางมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 โดยได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศนิวซีแลนด์เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ กุฏิหลังเก่านำมาใช้เป็นห้องเรียน และองค์การยูเนสโกได้ให้การช่วยเหลือในการจัดตั้งศูนย์ฯ ฝึกอบรมแห่งนี้ผ่านมาทางแผนกแถลงข่าวและวัฒนธรรมหลวงพระบาง จุดประสงค์ก็เพื่อฟื้นฟูศิลปะสกุลช่างลาวที่ได้ยุติไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 ให้มีกลับคืนมา โดยได้ฝึกสอนพระสงฆ์และสามเณรผู้ที่สนใจในวิชาศิลปะสกุลช่างลาวหลวงพระบาง แขนงที่ได้รับฟื้นฟูและเปิดสอนมี แผนกการวาดรูป, แผนกช่างแกะสลักไม้และแผนกการหล่อพระพุทธรูป เป็นต้น ภายในวัดยังจัดให้มีแกลเลอรี่เพื่อแสดงผลงานของพระสงฆ์และสามเณรผู้เข้าฝึกอบรม มีการจำหน่ายผลงานในราคาที่ไม่แพงอีกด้วย
 
 
วัดจุมฆ้องสุรินทราราม
 
สร้างในปีพ.ศ. 2386 ในรัชสมัยพระเจ้าสุขเกษม ปัจจุบันพระอุโบสถยังคงสภาพเดิมอยู่ มีศิลปะแบบหลวงพระบางโดยทั่วไป ภายในแบ่งเป็น 3 ห้องยาว 4 ห้องขวาง เมื่อมาถึงทางเข้าพระอุโบสถจะสังเกตเห็นจุดเด่นที่ไม่เหมือนวัดใดในหลวงพระบาง คือมีรูปสลักลอยตัวทำจากหินทรายสีเขียวตั้งอยู่เหนือราวบันไดทางขึ้นพระอุโบสถ ทั้งสองข้างลักษณะคล้ายเทพเจ้าของจีน สูงประมาณ 50 ซม. ซึ่งพระเจ้าจักรพรรดิของจีนถวายแก่พระเจ้าจันทราชแห่งนครหลวงพระบาง ในการบูรณะภายหลังหลายครั้งได้มีการตกแต่งเพิ่มเติม โดยปิดทองผนังด้านหลังพระอุโบสถทั้งสองด้านและวาดดอกดวงใส่บานประตูและหน้าต่างทุกบาน ภาพฝาผนังเก่ามีลักษณะงดงามเป็นเรื่องราวพระเวสสันดรชาดก
 
 
วัดป่าไผ่มีไซยาราม
 
สร้างโดยพระเจ้าสุริยวงศาในระหว่างปี พ.ศ. 2308-2334 มีการบูรณะพระอุโบสถใหม่เกือบทั้งหลังในอีก 200 ปีต่อมา ลักษณะพระอุโบสถเป็นแบบศิลปะหลวงพระบางโดยทั่วไป หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในปี พ.ศ. 2473 มีการขยายวัดโดยสร้างพระอุโบสถอีกหลังหนึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีขนาดเล็กกว่าพระอุโบสถหลังเดิม ทางด้านทิศเหนือมีพระธาตุคู่หนึ่งลักษณะเป็นทรงแบบปราสาท สำหรับสิมวัดป่าไผ่ นอกจากจะงดงามอ่อนช้อย ยังมีความงามที่สีและลวดลายแกะสลักพร้อมประดับลายทองบนผนังสีอแดง
 
 
วัดศรีพุทธบาททิพาราม
 
วัดศรีพุทธบาท ในปัจจุบันประกอบด้วยวัดในบริเวณเดียวกัน 3 แห่งคือ วัดป่าแค, วัดป่าฝางหรือวัดเชียงงาม และวัดพระบาทเหนือ มีจุดเด่นอยู่ที่ รอยพระพุทธบาทบนเนินก่อนถึงยอดพูสี ถือเป็นวัดคู่กับวัดพระบาทใต้ ใกล้กับรอยพระพุทธบาทมีศาลาชมวิว สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำคานและภูเขาที่โอบล้อมทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ได้กว้างไกลสุดสายตา บริเวณเชิงบันไดทางขึ้นพูสีมีพระธาตุ 3 องค์ตั้งเรียงราย เชื่อกันว่าพระธาตุองค์ที่หุ้มด้วยแผ่นทองแดงและประดับด้วยเศวตฉัตร 7 ชั้น ภายในบรรจุอัฐิพระเจ้าจันทราช พระอุโบสถมีลักษณะศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้น ปัจจุบันภายในวัดมีโรงเรียนมัธยมปริยัติสงฆ์ ส่วนวัดป่าฝาง หรือวัดเชียงงาม สร้างในสมัยพระเจ้าอนุรุท (พ.ศ. 2322-2360) เป็นวัดศิลปแบบล้านช้างที่ชัดเจนมาก ปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยการสนับสนุนของ "องค์การมรดกโลก" วัดป่าแค สร้างโดยพระเจ้านันทราช ใน พ.ศ. 2396 ตัวสิมเป็นศิลปแบบเวียงจันทน์ ปัจจุบันวัดทั้ง 2 เป็นวัดร้างไม่มีพระสงฆ์และสามเณรจำพรรษา
 

Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว เราจะนำเสนอแหล่งท่องเที่ยว และรวบรวมแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าทุกท่านต้องการไปท่องเที่ยวที่ไหนภายในประเทศอาเซียน