Transportation

เปิดประตูสู่อาเซียน เที่ยวเป็นวงกลมรอบโตนเลสาบเขมร

by Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

เปิดประตูสู่อาเซียน เที่


เมื่อสถานการณ์ความตึงเครียดตามตะเข็บชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาบรรเทาเบาบางลง ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ และด้วยการลงนามรับรองปฏิญญาว่าด้วยการจัดตั้งประชาคมอาเซียนในการประชุม ASEAN SUMMIT ครั้งที่ 14 เมื่อครั้งที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี พ.ศ. 2552 จึงเป็นกรอบวิถีให้ไทยในฐานะประเทศผู้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมอาเซียนจะต้องเดินทางเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนเดียวกันในปีพ.ศ. 2558 อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และยิ่งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หนึ่งในสามเสาหลักของประชาคมอาเซียนให้การยอมรับศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นแกนกลางจัดทำ Road Map ถนนสายต่างๆ ในประเทศอาเซียนเชื่อมโยงต่อกัน เพื่อเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในไม่ช้านี้ ผมจึงตัดสินใจสะพายเป้แบกกล้องท่องไปทางบูรพาทิศสู่ประเทศกัมพูชา ดินแดนแห่งศิลานคร
 
ผมเริ่มต้นออกเดินทางโดยใช้บริการรถไฟฟรีของการรถไฟแห่งประเทศไทยบนเส้นทางสายตะวันออก กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ เที่ยวแรกออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงเวลา 06.55 น. เดินทางถึงสถานีรถไฟอรัญประเทศเวลาประมาณ 12.00 น. รวมระยะทาง 246 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟฟรีประมาณ 6 ชั่วโมง
 
จากนั้นใช้บริการของรถสามล้อเครื่องเดินทางมายังด่านตรวจคนเข้าเมืองคลองลึก ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้า-ออกเมืองทางฝั่งไทยเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเดินข้ามสะพานคลองลึกไปยังฝั่งปอยเปต ตั้งอยู่ในอำเภอโอโจรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย (คนไทยเรียกว่าจังหวัดศรีโสภณ) ในประเทศกัมพูชา ประตูสู่ราชอาณาจักรกัมพูชา
 
จากนั้นทำการกรอกเอกสารขออนุญาตเข้าไปท่องเที่ยวภายในประเทศกัมพูชา โดยไม่ต้องเสียค่าวีซ่าคนละ 20 USD เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไปแล้ว และสามารถเดินทางท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชาได้นาน 15 วัน
 
สำหรับเส้นทาง ปอยเปต-ศรีโสภณ-เสียมเรียบ บนเส้นทางถนนหมายเลข 5 เชื่อมต่อกับหมายเลข 6 ระยะทาง 152 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวอาจจะเลือกใช้บริการของรถเก๋ง Camary ติดแอร์อย่างดีนั่งได้ 4 คน ค่าบริการประมาณ 1,200-1,500 บาท ต่อเที่ยว แล้วแต่จะต่อรองราคากัน โดยราคาค่ารถอย่าให้ต่ำหรือสูงกว่าราคาที่ได้แจ้งไว้นี้ โดยรถเก๋งรับจ้างจะจอดรอให้บริการลูกค้าอยู่ที่ที่นั่งพักผู้โดยสารบริเวณวงเวียนด้านหลังที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองทางฝั่งปอยเปต โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง (ถ้าเดินทางมา 4 คน ก็คุ้มราคาเพราะรวดเร็วและนั่งสบาย) หรือประสงค์จะใช้บริการรถโดยสารประจำทางในอัตราค่าโดยสารคนละ 200 บาท
 
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ (ช้าแต่ประหยัดสตางค์) สถานีขนส่งปอยเปตตั้งอยู่นอกตัวเมืองห่างจากด่านปอยเปตไปประมาณ 9 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางไปบนถนนหมายเลข 5 สภาพถนนลาดยางอย่างดีนั่งรถชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางท้องไร่ท้องนากว้างไกลสุดสายตา แต่ถ้าสังเกตให้ดีทางขวามือจะแลเห็นเส้นทางรถไฟที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ทอดรางรถไฟขนานไปกับถนนหมายเลข 5 รอวันเวลาเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟไทยที่อำเภออรัญประเทศ
 
ภายในอนาคตถ้าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศดีขึ้นเรื่อยๆ เศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวเจริญก้าวหน้ารวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ท่านๆ อาจจะได้มีโอกาสนั่งรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปเที่ยวยังกรุงพนมเปญก็ได้ใครจะรู้
 
จากปอยเปตถึงเมืองศรีโสภณ ระยะทาง 48 กิโลเมตร บนถนนหมายเลข 5 จะมีทางเลี้ยวขวาสู่เมืองพระตะบอง ระยะทาง 69 กิโลเมตร ตรงไปบนถนนหมายเลข 6 อีก 104 กิโลเมตร บนเส้นทางถนนลาดยางอย่างดี สภาพถนนวันนี้แตกต่างจากเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วราวฟ้ากับเหว ปัจจุบันใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมง ก็สามารถเดินทางมาถึงเมืองเสียมเรียบแล้ว
 
ผมใช้เวลาท่องเที่ยวในเมืองเสียมเรียบถึง 3 วัน เที่ยวชมมหาปราสาทนครวัด-นครธม สิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก จนเต็มอิ่ม เมืองเสียมเรียบในวันนี้แตกต่างจากเมื่อครั้งที่ผมเดินทางมาเมืองเสียบเรียบเมื่อสิบกว่าปีก่อนเป็นอันมาก โรงแรม ร้านอาหารหรูๆ ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนซูเปอร์มาร์เกตผุดขึ้นมาราวดอกเห็ด เงินยูเอสดอลลาร์ใช้จ่ายกันอย่างสะพัดยิ่งกว่าเงินเรียลสกุลเงินของประเทศกัมพูชา
 
เริ่มต้นเดินทางสู่กรุงพนมเปญ ผมใช้บริการถโดยสารประจำทางปรับอากาศอย่างดีของบริษัท แม่โขงเอ็กซเพลส ไปบนเส้นทางถนนหมายเลข 6 ระยะทาง 314 กิโลเมตร สำหรับราคาค่าโดยสารคนละ 12 USD ใช้บริการวันละ 6 เที่ยว ออกเดินทางจากสถานีขนส่งเมืองเสียบเรียบไปตามถนนหมายเลข 6 สู่กรุงพนมเปญ สภาพของถนนลาดยางอย่างดีโดยได้รับการช่วยเหลือทางด้านเงินทุนจากรัฐบาลเกาหลี ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง แตกต่างจากสภาพถนนในสมัยก่อนที่ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 8-10 ชั่วโมง วิวทิวทัศน์สองข้างทางสวยงามมากครับ จึงเดินทางถึงกรุงพนมเปญ
 
ผมใช้เวลาเดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในกรุงพนมเปญอาทิ พระราชวังหลวงหรือพระราชวังเขมรินทร์ สถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา, รัฐสภากัมพูชา, อนุสาวรีย์เอกราช, สถานีรถไฟ, ตลาดรัสเซีย, เกาะเพชร และตึกที่ทำการไปรษณีย์เก่าในสมัยกัมพูชาตกอยู่ภายใต้อาณานิคมฝรั่งเศส แต่ปัจจุบันถูกบูรณะซ่อมแซมให้ดูใหม่ขึ้น ตึกเก่าสมัยยุคอาณานิคมมีให้เห็นอยู่ทั่วไปในกรุงพนมเปญ ยืนท้าทายแดดลมเคียงคู่กับตึกใหม่ๆ ทันสมัยที่กำลังผุดขึ้นมากมายในกรุงพนมเปญ เช่น ตึกที่ทำการของตลาดหุ้นและตึกที่ทำธนาคารที่มีความสูงหลายสิบชั้น ตลอดจนตึกอันเป็นที่ตั้งของโรงแรมชั้นนำที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อต้อนรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของประเทศกัมพูชา ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
 
แต่ปัญหาที่จะตามมาของกรุงพนมเปญในอนาคตก็คือ ปัญหาการจราจรติดขัดเหมือนกับกรุงเทพฯ แน่นอนเพราะถนนหนทางในกรุงพนมเปญนั้นแคบ การขยายช่องทางจราจรเป็นไปด้วยความลำบาก การแก้ปัญหาจราจรจะทำได้ก็ด้วยการสร้างรถไฟฟ้าลอยฟ้า****เพียงอย่างเดียวเท่านั้น กรุงพนมเปญในวันนี้จึงแตกต่างจากเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ถนนหนทางแลดูสะอาดตาในยามค่ำคืน ถนนสายต่างๆ ในกรุงพนมเปญจะเปิดไฟฟ้าสว่างไสว โดยเฉพาะบริเวณหน้าพระราชวังหลวงซึ่งเป็นบริเวณที่แม่น้ำสี่สายไหลมาบรรจบกันเรียกว่า ''จตุรมุข'' เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวกัมพูชาในยามเย็นแดดร่มลมตก
 
นอกจากนี้บริเวณสถานีขนส่งในกรุงพนมเปญยังมีรถโดยสารปรับอากาศเดินทางไปยังนครโฮจิมินห์ ระยะทาง 295 กิโลเมตร ถนนลาดยางอย่างดีโดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง ค่าโดยสารคนละ 10-12 USD
 
พนมเปญ-พระตะบอง ผมใช้บริการของรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ เดินจากออกจากกรุงพนมเปญเป็นวงกลมรอบโตนเลสาบบนเส้นทางถนนหมายเลข 5 ระยะทาง 291 กิโลเมตร ถนนลาดยางอย่างดีผ่านจังหวัดกำปงชนังและจังหวัดโพธิสัตว์ใช้เวลา 6 ชั่วโมง ก็เดินทางมาถึงยังเมืองพระตะบอง เป็นเมืองเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญใหญ่เป็นอันดับ 3 ในประเทศกัมพูชา ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนไทยที่บ้านแหลมในอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ระยะทาง 97 กิโลเมตร นักเดินทางหลายคนเคยเล่าให้ผมฟังว่า เมืองพระตะบองเปรียบเสมือนกับเมืองคู่แฝดของปราจีนบุรี เพราะครั้งหนึ่งในอดีตที่ผ่านมา เมืองพระตะบองเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของสยามในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นผู้ปกครองเมือง ปัจจุบันเมืองพระตะบองยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของความเป็นไทยอยู่บ้าง อาทิ ศาลากลางเมืองพระตะบอง
 
ซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมการก่อสร้างของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในจังหวัดปราจีนบุรี ลักษณะของพระอุโบสถคล้ายกับโบสถ์วัดแก้วพิจิตร ในจังหวัดปราจีนบุรี
 
อนุสรณ์สถานพระยาโคตรตะบองขยุงตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ในวงเวียนใจกลางเมืองพระตะบอง นอกจากนี้แล้วในเมืองพระตะบองยังมีปราสาทหินนับ 100 แห่ง สำหรับปราสาทที่มีชื่อเสียง เช่น ปราสาทวัดเอกพนม ปราสาทบานอน ปราสาทพนมสำเภา ปราสาทบาแสด และปราสาทเสนง เป็นต้น ซึ่งแต่ละปราสาทมีขนาดเล็ก ไม่ยิ่งใหญ่และอลังการเมืองปราสาทหินต่างๆ ในเมืองเสียมเรียบ
 
ปัจจุบันจังหวัดพระตะบองกำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญจังหวัดหนึ่งในประเทศกัมพูชา เนื่องจากมีเขตแดนใกล้ชิดติดกับประเทศไทยทางด้านจังหวัดจันทบุรี ปัจจุบันเราจึงเห็นอาคารบ้านเรือนใหม่ๆ ผุดขึ้นในเมืองพระตะบองมากมาย เพื่อรองรับธุรกิจการค้าในจังหวัดพระตะบองที่กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ
 
จากพระตะบองผมนั่งรถโดยสารเดินทางผ่านจังหวัดศรีโสภณ สภาพถนนลาดยางอย่างดีกลับมายังด่านปอยเปตในจังหวัดบันเตียเมียนเจย ระยะทาง 115 กิโลเมตร จากนั้นเดินข้ามสะพานคลองลึกกลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ
 
ทริปนี้เป็นทริปการเดินทางสำรวจเส้นทางวงกลมรอบโตนเลสาบเขมรของผม โดยรถประจำทางท้องถิ่นในประเทศกัมพูชา หนึ่งในสมาชิกประชาคมอาเซียนของเรา แล้วท่านผู้อ่านล่ะครับมีโครงการที่สะพายกล้องท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือนเพื่อนบ้านในประชาคมอาเซียนของเราแล้วหรือยังครับ
 
ขอขอบคุณ คุณสุเทพ พวงมะโหด และ บริษัท อินโดไชน่า เอ็กซ์พลอเรอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่สนับสนุนการเดินทางในครั้งนี้ โทรศัพท์ 0-2898-1817, 0-2898-2324 http://www.indochinaexplorer.com Email;indochinaexplorer@hotmail.com

Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว เราจะนำเสนอแหล่งท่องเที่ยว และรวบรวมแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าทุกท่านต้องการไปท่องเที่ยวที่ไหนภายในประเทศอาเซียน