Related Articles

วิดีโอบันทึกการสัมมนา “เปิดขอบฟ้าใหม่ รับมือเศรษฐกิจอาเซียน 2020″

by Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

จากที่ สยามอินเทลลิเจนซ์ยูนิต (SIU) ร่วมกับ Asia Knowledge Institute (AKI) และสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) ร่วมจัดงานสัมมนา “เปิดขอบฟ้าใหม่ รับมือเศรษฐกิจอาเซียน 2020″ ไปเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2554 ที่สถาบัน AKI (รายละเอียดงาน) และได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากผู้ร่วมสัมมนา

ทางคณะผู้จัดงานได้บันทึกวิดีโอการสัมมนา เพื่อเก็บเป็นองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน และนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะทางเว็บไซต์ Siam Intelligence พร้อมทั้งเอกสารประกอบการสัมมนาของวิทยากรบางท่าน

Vision Thailand 2020 โดย คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน (ประธานสถาบัน AKI)

ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ Vision Thailand 2020 โดย คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และประธานสถาบัน AKI

รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์มีนโยบายหลักที่มีประเด็นสำคัญ 3 เรื่อง (ส่วนใหญ่ข่าวจะนำเสนอเรื่องค่าแรง 300 บาท, ค่าแรง 15,000 และกองทุนน้ำมันที่จะยกเลิก) คือ 1. การนำพาประเทศไทยให้เกิดความเข้มแข็งมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน 2. การสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เพราะหลายปีที่ผ่านมากระทบต่อภาคธุรกิจ และ 3. การนำพาประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นี่คือเป้าหมายหลัก 3 เรื่องของรัฐบาล

เวลาที่เราพูดถึงประชาคมอาเซียนซึ่งมีลักษณะเป็น Single Market & Production Base หมายความว่า แรงงานสามารถเคลื่อนย้ายได้หมด แรงงานคนไทย ปัจจุบัน กรุงเทพและปริมณฑล ค่าแรง 215 บาท ภาคเหนือและภาคอีสาน 160 บาท ภาคกลางและภาคใต้จะอยู่ใกล้เคียงกันประมาณ 170-180 บาท ดังนั้น วันที่รัฐบาลประกาศและทำงาน คนจะคาดหวังว่าจะได้รับ 300 บาทในวันรุ่งขึ้นที่รัฐบาลทำงาน

สิ่งที่ประเทศไทยควรทำ คือการเพิ่ม productivity และ skills ของคนไทย เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการปรับตัวของประเทศ อย่างน้อยธุรกิจบางประเภทต้องย้ายฐานการผลิต ประเทศไทยควรจะ shift portfolio อย่างไร บริษัทต้องปรับ product line ในบริษัทอย่างไร เพื่อให้คนไทยปรับตัว ทั้งการศึกษา และระบบ ระเบียบราชการต่างๆ

งานสัมมนา เปิดขอบฟ้าใหม่ เศรษฐกิจอาเซียน

สิ่งที่รัฐบาลประเทศไทยได้ทำมา นับย้อนตั้งแต่รัฐบาลสุรยุทธฯ ที่ทำ AEC Blueprint มี 4 ประการสำคัญ คือ ประการแรก ตลาดเดียว (Single Market) คือ หมายความว่าอาจจะมี 3 location ที่จะดำเนินการ เช่น การแยกประเภทได้ ไม่ว่าจะเป็น Production Base, Marketing, Finance ประการที่สอง การสร้าง Competitiveness ให้กับ ASEAN Market เรายังไม่เห็นทิศทางการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับอาเซียน ประการที่สาม การเชื่อมโยงระหว่าง ASEAN Community กับโลก วันนี้โลก Shift Focus มาที่เอเชีย มีหลายเรื่องที่เรามีต้นทุนหลายอย่างทั้งด้านมรดกทางวัฒนธรรม จุดมุ่งหมายคือ สิ่งที่จะ drive ให้กับประเทศได้เร็ว คือ Service Industry หรือ Agro-Industry

ประเทศไทยมีจุดแข็งดังนี้ วัดจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่บริษัทต่างๆ จะเลือกลงทุน คือจุดแข็งเรื่องค่าครองชีพต่ำ (low cost of living) นับรวมถึงเมืองใหญ่ๆ เช่นเชียงใหม่ ภูเก็ต และสภาพการจ้างงาน (healthy environment for employment) บางทีเราไม่ค่อยรู้ว่าตลาดแรงงานที่อื่นเป็นอย่างไร คนไทยถือว่าใช้ได้ แต่ยังมีปัญหาเรื่องของ skill labor, productivity และ efficiency ส่วนปัญหาของไทยประเด็นหลักคือ Infrastructure ที่คนพูดถึงคือเรื่องรถไฟฟ้า ถนน แต่หลักๆ เลยคือ (1) human capital คือเรื่องการศึกษา เรื่องทักษะของคน เรื่องระบบการเรียนการสอน หรือแม้แต่ช่องว่างระหว่างคนชนบทและคนเมือง นอกจากนั้นเป็นเรื่อง (2) physical health ของระบบประกันสุขภาพ การรักษาพยาบาล

เราต้องมีระบบที่เป็นสวัสดิการสังคมที่เป็นช่องว่างระหว่างคนจน-รวย ที่เราเรียกว่าความเหลื่อมล้ำสามารถได้รับการดูแลจากประเทศหรือรัฐบาล เราต้องเตรียมตัวถ้าเราอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง เราต้องพยายามขับเคลื่อนประเทศให้ไปทางนั้น “We must become the change we wish to see in the world” (Mahatama Gandhi)

วิดีโอบันทึกการสัมมนา

เอกสารนำเสนอของคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน

ความท้าทายใหม่ของการค้าในอาเซียน 2020 โดย คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ (ผู้อำนวยการบริหาร ITD)

ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ความท้าทายใหม่ของการค้าในอาเซียน 2020″ โดยคุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหาร สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้า และการพัฒนา (ITD) องค์กรมหาชนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

การจะทำให้อาเซียนรักกันในระดับภาคประชาชนนั้นใน 3 เสาทั้งด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม-วัฒนธรรม ซึ่งเป็นด้านที่ถูกพูดถึงน้อยมาก ทั้งที่สำคัญที่สุด เราถูกจับใส่แว่นให้เป็นวิธีมองเพื่อนบ้านแต่สื่อปัจจุบันมีการพูดถึงความรักของพี่น้องร่วมพรมแดนมีน้อยมาก การเคลื่อนของอาเซียน 2015-2020 ผมเชื่อว่าในทาง paper จะไปได้ เพราะเครื่องมือทางกฎหมายในประเทศต่างๆ ในแถบนี้ โดยเฉพาะพวกเชื่อมกันทางทะเลนั้นกำลังปฏิรูป อินโดนีเซียผ่านช่วงตกต่ำสุดมาแล้ว มาเลเซียกำลังเปลี่ยนผ่านไปที่ดีขึ้นมาก สิงคโปร์มีฝ่ายค้านที่ทำให้ฝ่ายรัฐบาลตกอกตกใจ แปลว่าประชากรกำลังก้าวเข้าสู่ความเป็นพลเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นเมื่อเนื้อกฎหมายเข้าก้าวไปและการบังคับใช้กฎหมายของรัฐมีประสิทธิภาพดีขึ้นมากกว่าแต่เก่า ประชาชนของเขามีคุณภาพสูงขึ้นกว่าเก่า

นำมาสู่การเปรียบเทียบอย่างที่อภิรักษ์ฯ กล่าวว่าเราจะเทียบกับใคร เราก็เลยต้องมาเทียบกับแถวๆ นี้ และเขาก็มี 3G เขามีการปกครองที่ค่อนข้างนิ่ง เขามีตัวนับ generation ได้ว่า นี่คือผู้นำรุ่นนี้ ผู้นำรุ่นต่อไปจะคือใคร ความเป็นพลเมืองของเราแห่งอาเซียนมันถูกเตรียมตัวได้ยากมาก เพราะแค่ความเป็นพลเมืองไทยยังเตรียมตัวกันไม่หวาดไม่ไหวเลย นั่นคือสิ่งที่ผมกังวลแล้วเราควรทำอย่างไร ไม่ต้องไปดูเรื่องการแข่งขัน ให้ดูเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพ การเปิด mindset ของตัวเอง การศึกษาที่เราคิดว่าเรารู้อยู่แล้ว ไปลองดูใหม่ แล้วเราจะรู้ว่าเรายังไม่รู้อะไรอีกมาก คำพระท่านกล่าวไว้ว่า “พึงระวังตัวเองเสียให้หนัก ยิ่งกว่าระแวงผู้อื่น” เราถูกสอนให้ระแวงมาโดยตลอด

เรื่องนี้เป็นสาระสำคัญที่ผมขอนำมาเล่าสู่กันฟัง วิชาสังคมศาสตร์ตามหลักสูตร 2544 ที่เราต้องแอบไปดูของลูก เขาใช้วิธีคุยกัน เช่นเด็กหญิงน้ำใจคุยกับพ่อและพ่อก็แนะนำเรื่องอาเซียน ประโยคสุดท้าย เด็กหญิงน้ำใจสรุปว่า “ประเทศไทยดีจังนะคะ ที่มีคนหลากเชื้อชาติ หลายศาสนาอยู่ร่วมกันได้” เออ..ค่อยวาง foundation ค่อยยังชั่วหน่อย เพราะเมื่อก่อน จะเป็นเรื่องเขาหนีร้อนมาพึ่งเย็น เขามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร หมายความว่ามองเขาต่ำหมดเลย แต่ตอนนี้มันดีขึ้นนะ เพราะวางทิศทางใช้ได้

ดังนั้นความเป็นห่วง generation หลัง 2544 แล้ว คงจะอยู่ที่พวกเรา ว่าท่านจะกอดจูบเขมรได้ไหม แต่ผมไม่ได้ให้ไว้ใจเสียหมด เราต้องเรียนรู้ love-hate relationship กับเขมรให้เป็น หนีกันไม่ได้นะ การประชุม AEC ส่วนใหญ่มักจะพูดถึงเรื่องประโยชน์ การแข่งขัน แต่ผมอยากจะพูดถึงเรื่องการแบ่งปัน เป็นเรื่องของสำนึกการอยู่ร่วมไม่ใช่สำนึกของการอยู่รอด แล้วมันจะสามารถผ่านไปได้ อาเซียนหนีกันไม่ได้หรอกครับ สิ่งที่ใหญ่ที่สุดที่ ITD เพิ่งจัด International Symposium ทีมี 2 อดีตประธานาธิบดี 2 อดีตนายกรัฐมนตรี และ 4 รัฐมนตรีต่างประเทศจากภูมิภาคต่างๆ ของโลกมาประชุมร่วมกันเมื่อวานนี้ ทุกคนได้เริ่มเห็นประเด็นว่า Non-State Actor สำคัญ

อาเซียนกำลังเป็นความหวังใหม่ของโลก แต่ก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่า ความจริงก็คือ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรปกำลังมีปัญหานั้น consumption ของเขาที่มีของโลกนั้น มีมากกว่าที่จีนบริโภคถึง 8 เท่า จีนไม่สามารถทดแทนได้ ไม่ว่าจะเป็นจีนบวกอินเดียบวกอาเซียนก็ทดแทนไม่ได้ เพราะฉะนั้นแรงความกดดันที่หวังให้ที่นี่เคี้ยวบ่อยขึ้น กินมากขึ้น กำลังมา งบการลงทุนจาก FDI จากทั่วโลกกำลังพุ่งมาแถวนี้ เพราะฉะนั้นเราจะพบกับแรงกดดันมหาศาล เราควรตั้งหลักตามที่พระท่านสอน “พึงระวังตัวเองเสียให้หนัก ยิ่งกว่าระแวงผู้อื่น” แล้วศึกษาตัวเองว่ามาจากไหน โตมาจากอะไร เพื่อเป็นฐานสำคัญในเรื่อง creative economy และต้องศึกษาเขาว่าเขาเป็นใคร เขาสำคัญอย่างไร เราจะเคารพเขาได้อย่างไร เราจะสามารถร่วมเดินกับเขา เราไม่ใช่เพชรเม็ดเดียวบนเรือนแหวน แต่เรากลายเป็นนพรัตน์ที่สำคัญมีแก้วแหวนสารพัดชนิดบนเรือนแหวนที่ทำให้โลกหันมาสนใจในอาเซียน

วิดีโอบันทึกการสัมมนา

เสวนาหัวข้อ เปิดขอบฟ้าใหม่รับมือเศรษฐกิจอาเซียน 2020

ผู้ร่วมการเสวนาได้แก่

  • ดร.วัชรัศมิ์ ลีละวัฒน์ (รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ITD)
  • อ.เอกชัย ไชยนุวัติ (รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ประชาคมอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยสยาม)
  • ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ (ผู้เชี่ยวชาญด้านอนาคตศาสตร์ ผู้อำนวยการ Noviscape Consulting)
  • สุรศักดิ์ ธรรมโม (นักเศรษฐศาสตร์ Siam Intelligence Unit)
  • ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์ (สถาบัน AKI)

คุณสุรศักดิ์ ธรรมโม นักเศรษฐศาสตร์แห่ง Siam Intelligence Unit

อนาคตเศรษฐกิจเอเชียสดใสมากครับ ประชาคมอาเซียนเป็นโอกาสสำคัญ แต่ไม่ได้สำคัญสำหรับองค์กรธุรกิจในอาเซียนเลย ซึ่งอาจจะขัดแย้งกับ argument ของ Policy maker หรือนักการเมือง ฯลฯ แต่เป็นโอกาสสำหรับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่อย่างพวกสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น AEC อยู่ในการขยายธุรกิจของจีนและอินเดีย คนที่จะตัดสินใจว่าควรจะผลิตอะไร คือบริษัทข้ามชาติ ไม่ใช่ไทยเอง ในที่นี้คือญี่ปุ่น

ยุทธศาสตร์ที่เราเห็นชัดเจนคือ ปูนซิเมนต์ไทย เริ่มมีการขยายตลาด และรับพนักงานในอาเซียน ความเสี่ยงของ AEC คือเรากำลังผนึกเศรษฐกิจการค้าและเศรษฐกิจกำลังพัฒนาในอาเซียนด้วยกัน ส่วนใหญ่ประเทศในอาเซียนมีความเปราะบางทางด้านการเมืองและความมั่นคงมาก ในส่วนของตะวันตกยังมีตัวของภาคประชาสังคม เราเห็นปัญหาเรื่อง GMS ที่มีการเจรจากับจีนแล้วจีนไม่ยอมผันน้ำออกมา ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างก็มีภูมิหลังในการมองชาติอื่นอย่างไร ขณะที่ปัญหาทะเลจีนใต้ จีนพยายามเจรจาแบบทวิภาคีกับเวียดนาม จนสหรัฐอเมริกาเข้ามา โดยสหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเข้ามาในน่านน้ำทะเลจีนใต้

ปัจจุบันอาเซียนลดภาษีสินค้าตั้งแต่ปี 2010 เหลือเฉพาะรายบัญชีสินค้าที่อ่อนไหว ในภาคที่น่าจะมีปัญหาอาจเป็นพวกออกแบบ พวก Software ขณะที่ภาคด้านสุขภาพนั้น แรงงานของพยาบาลอาจจะดึงตัวของไทยไป ต้นทุนการรักษาสุขภาพจะสูงขึ้น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เน้นสายด้านสังคมศาสตร์มากเกินไป สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องการคือช่างเทคนิค ปวช. ปวส. การเพิ่มเงินเดือน 15,000 บาท คงทำให้คนหันมาเรียนปริญญาตรีมากขึ้น

ผลก็คือว่าโอกาสที่ธุรกิจไทยจะไปรุกธุรกิจอาเซียนเป็นไปได้ยากครับ ในส่วนของวิกฤตหนี้สาธารณะที่ยุโรปนั้น ไม่ช้าก็เร็วจะนำไปสู่การเก็บภาษีเพิ่มขึ้น เมื่อเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ไม่ได้เก็บแต่เฉพาะภาษีนิติบุคคล แต่จะเก็บหมดทั้งภาษีบุคคล ภาษีธรรมดา เพราะฉะนั้นใครที่ทำงานอยู่ในยุโรป หรือบริษัทที่มีฐานการผลิตอยู่ในยุโรปจะลำบาก เพราะจะเจอเก็บ Tax มากขึ้น

แม้กระทั่งเยอรมันที่ว่าเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดก็เริ่มย่ำแย่ เพราะละเมิดสนธิสัญญามาสทริชต์ คือมีหนี้สาธารณะเกิน 60% ในเมื่อเยอรมันเป็นตัวเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ในยุโรป ภายในปี 2014-15 กลับมาเข้าสู่เกณฑ์สนธิสัญญามาสทริชต์ หมายความว่าทุกประเทศจะต้องเพิ่มรายได้ รัฐต้องเพิ่มรายได้ก็มาจากการเก็บภาษี และลดรายจ่าย เพราะฉะนั้น ภาษีจะเป็นตัวที่บีบให้บริษัทข้ามชาติใหญ่ๆ มาที่อาเซียน ซึ่งเขากำลังดำเนินการอยู่แล้ว

อาจารย์เอกชัย ไชยนุวัติ รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ประชาคมอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยสยาม

เราโดยรวมทั้งประเทศไม่ค่อยใส่ใจอาเซียนมากนัก เราไม่มีแบบแผน ขาดการตระหนักและไม่ได้วิเคราะห์ผลดี-ผลเสีย ปัญหาของอาเซียน ดร.สรจักร เสถียรสุวรรณ เคยกล่าวไว้ ปัญหาของอาเซียน คือคนไทยไม่ได้คิดว่าเราเป็นพลเมืองของอาเซียน หรือ ASEAN Citizen เมื่อไหร่ที่เราคิดได้ เราก็จะปรับตัว

ดร. วัชรัศมิ์ ลีละวัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ITD

AFTA เกิดขึ้นเมื่อปี 1992 ท่านอาจารย์ณรงค์ชัยพูดอยู่เสมอว่า Agree First Talk After แสดงให้เห็นว่าเราไว้ใจกันนะ เรา agree กันก่อนและ talk after ยกตัวอย่างว่าอาเซียน จากประสบการณ์มันก็เป็นสิ่งที่ดี ในขณะนี้การเจรจาการค้าระหว่างประเทศต่างๆ ความไว้เนื้อเชื่อใจมันมีน้อยจึงมีการเจรจาบ่อยครั้งและไม่สำเร็จสักที ความท้าทายมีหลายประเด็นสำคัญ ด้านการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียน เรามีน้อยมาก ทำให้เป็นปัญหา การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้อาเซียนน้อยมาก SMEs ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพราะเราไม่มีการกระจายข้อมูลที่ดีพอ แหล่งกำเนิดสินค้า (Rule of Origin) SMEs ไม่รู้ว่ามันมีกฎเกณฑ์อะไร อีกประเด็นก็คือ การเคลื่อนย้ายแรงงาน มี MRA (Mutual Recognition Agreement) เป็นข้อตกลงร่วมกัน 6 อาชีพที่ย้ายไปทำงาน แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก ช่างสำรวจ

ถ้ามาดูกฎหมายจริงๆ แล้ว ประเด็นนี้เป็นประเด็นอ่อนไหว การรวมตัวของ AEC ของอาเซียนจะนำไปสู่ common market คือตลาดร่วมที่มีการเคลื่อนย้ายทุน เคลื่อนย้ายแรงงานโดยสมบูรณ์ แต่ว่าของเรา agreement บอกว่า 6 ชีพเคลื่อนย้ายได้ แต่ในทางกฎหมายทำไม่ได้ ข้อสุดท้ายของกฎแพทยสภา คือต้องมีการสอบ license ด้วยภาษาของประเทศนั้นๆ ความตั้งใจในการเปลี่ยนแปลงกฎหมายนั้นไม่มี การเคลื่อนย้ายของแรงงานไม่ต้องเสียเวลาเจรจาตั้งแต่ทีแรก หวังว่าอาจจะมีการปรับปรุงกฎหมายบ้าง

ปัญหาอีกประการคือเรื่องสมองไหล เราควรมีมาตรการป้องกันไว้ เมื่อเราเปิดเสรีให้มีการลงทุนมากขึ้น 70% ขึ้นไป ถ้าสิงคโปร์มีโรงเรียนนานาชาติมาสร้างในไทยมากขึ้น ครูที่เก่งๆ ก็อาจจะย้ายไปทำงานที่นั่นมากขึ้น นอกจากนี้เราต้องมีมาตรการในการปรับตัวของแรงงาน การเคลื่อนย้ายของทุนจะเสรีมากขึ้น เราต้องมีมาตรการที่จะปรับทักษะให้เขาสามารถมีอาชีพใหม่และเข้ากับอุตสาหกรรมให้สามารถอยู่รอดได้

ดร.พันอาจ ชัยรัตน์ นักอนาคตศาสตร์และกรรมการผู้จัดการแห่งบริษัทโนวิสเคป คอนซัลติ้ง กรุ๊ป

เรามีโครงการ 3 ปีที่ได้รับการอนุเคราะห์จาก ITRC เป็นหน่วยงานภาครัฐบาลของแคนาดา ให้เราทำการมองอนาคตปี 2030 กับเมืองมหานคร 6 เมืองในภูมิภาคดังกล่าว โดยเราได้ทำระบบนวัตกรรมเมืองเข้ามา เราทำกรุงเทพโดยแบ่งเป็น 3 scenario คือเมืองสีเขียว เมืองคนชรา และเมือง google นวัตกรรม 18 ตัวจะ represent กรุงเทพฯ ในปี 2030 ผมย้อนไปในอนาคตเรียกว่า scenario building เราพบว่ามีประเด็นสำคัญที่เกี่ยวเนื่องและเกี่ยวข้องกับเมืองมหานครอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ระบบสาธารณสุข จะมีแนวโน้มในการแหวกคลื่นพลังงานของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในบริบทของ SMEs ที่ทำระบบพลังงานขนาดย่อย รวมทั้งพื้นที่สาธารณะสำหรับคนหลายกลุ่มมากมาย

Southeast Asia จะมีเศรษฐกิจทางเลือกขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น creative economy, green economy, ล่าสุดจะมี new sharing economy ในด้านของการแบ่งปัน อย่างน้อยเศรษฐกิจจะแบ่งเป็น 2 สีคือสีเขียวด้านสิ่งแวดล้อม และสีเทาด้านอบายมุข ในบริบทดังกล่าว ผมมีโครงการ Horizon Scanning กลุ่มประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีเทรนด์ความเป็นนานาชาติของอาหารมากขึ้น จะมีเรื่องแย่งพื้นที่ของการเพาะปลูกทรัพยากรเกษตร ในส่วนที่เป็นอาหารกับพลังงาน มีการเปลี่ยนแปลงระบบเกษตรเป็น เกษตรแบบ corporate มากขึ้น

เราเป็นอันดับ 1 ในเอเชียที่ใช้น้ำเปลืองที่สุด อีก 10 ปีประเด็นน้ำเกิน น้ำขาด น้ำหลาก น้ำหมด จะเป็นปัญหามากขึ้น ประเด็นที่มาแรงและอนาคตจะเพิ่มมากขึ้นคือ Digital Politics จะกลายเป็นประเด็นสำคัญ ในเรื่อง Personal Content จะมีเยอะขึ้น ความหลากหลายทางด้านภาษาจะเพิ่มมากขึ้น กองทัพบกจะถูกปรับโครงสร้างมากขึ้น สิงคโปร์เริ่มแล้ว มีเรื่องการกระจายอำนาจมากขึ้น การประชุมอาเซียนซัมมิตจะมีประโยชน์อะไรถ้ามีเพียงการคุยกันแล้วจบ ในอนาคตจะมีบทบาทด้านภาคประชาสังคมมากขึ้น

อาจารย์เอกชัย ไชยนุวัติ รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ประชาคมอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยสยาม

ในด้านการลงทุนที่ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ ที่ต่างชาติเขาไม่เชื่อเรา คือคดียึดเครื่องบิน พูดง่ายๆ เราตกลงกับเขาไว้ เราต้องการ Foreign Direct Investment เราต้องการให้บริษัทเยอรมันเขามาลงทุนในเมืองไทย เพราะไทยไม่มีเงินลงทุนเอง ทีนี้ เราตกลงกับเขาเสร็จ เราบอกว่าถ้าเรามีปัญหากัน เราจะให้คนๆ หนึ่งที่ทั้ง 2 ฝ่ายตั้งขึ้นมาเป็นคนตัดสิน เมื่อมีการตัดสินแล้วบอกว่าให้เราจ่ายเงิน เราก็ไม่จ่าย ฝ่ายนู้นก็จ้างทนายวิธีที่จะทำให้ดีที่สุด นี่ไม่ได้พูดเพื่อหมิ่นประมวลกฎหมายมาตราอาญา 112 นะครับ คือการยึดเครื่องบินฯ

ผมไปงานครบรอบ 40 ปีอาเซียนที่กระทรวงต่างประเทศ เขาบอกให้เปิดประเทศให้หมดและส่งไม้ต่อให้คนอื่น ปรากฏว่าคนที่ได้รับผลกระทบก็ไม่อยากรับในการเปิด จากงาน ASEAN Thailand. Org เขาบอกว่าถ้าไทยสร้างเครดิตได้ สร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน เมื่อไหร่ที่เรามีสำนึกของเรื่องอาเซียนได้ ประเทศเราจะไปได้ คุณพร้อมหรือยังที่จะพร้อมรับกับอาเซียน ภาคเอกชนคงไม่ต้องการอะไรมาก แค่ขออย่างเดียวให้รัฐบาลถามเขาหน่อยว่าจะเปิด-ไม่เปิดอะไรและอย่าไปยุ่งกับเขามาก เขาไปได้ของเขา

วิดีโอบันทึกการสัมมนา (ช่วงที่ 1)

วิดีโอบันทึกการสัมมนา (ช่วงที่ 2)

เอกสารนำเสนอของคุณสุรศักดิ์ ธรรมโม


ที่มา : http://www.siamintelligence.com


 

Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว เราจะนำเสนอแหล่งท่องเที่ยว และรวบรวมแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าทุกท่านต้องการไปท่องเที่ยวที่ไหนภายในประเทศอาเซียน