Economy and Investment

อดีตเลขาธิการอาเซียน แนะไทยรักษาจุดแข็งใน AEC ตระหนักแต่อย่าตระหนก

by Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

อดีตเลขาธิการอาเซียน แนะ

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนที่ดำนงตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2551- 2555 กล่าวแสดงความห่วงใยเมื่อพูดถึงการเตรียมความพร้อมของไทยสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวซึ่งจะทำให้อาเซียนกลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่นานาประเทศให้ความสนใจเข้ามาขยายลู่ทางการค้าและการลงทุน เป็นได้ทั้ง “โอกาส” สำหรับผู้ที่มีความพร้อม แต่ก็เป็น “ความเสี่ยง” สำหรับผู้ที่ปรับตัวไม่ทันกับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่กำลังถาโถมเข้ามา สิ่งที่ทั้งผู้ประกอบการเอกชนและหน่วยงานภาครัฐของไทยจำเป็นต้องตระหนักเพื่อจะสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากAECและดำนงความได้เปรียบจากจุดแข็งนานัปการที่ไทยมีอยู่ ทั้งยังให้ทรรศนะเกี่ยวกับทางออกของความขัดแย้งภายในประเทศของไทยเองและความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กำลังคุขึ้นอีกครั้งกรณีพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร

ต้องตระหนักว่า การรวมเป็นประชาคมเดียวกันของอาเซียนนั้นเป็นโอกาส แต่เราต้องเปลี่ยน เราต้องพร้อมที่จะพัฒนา ปฏิรูปตัวเองและเตรียมความพร้อมในหลายสิ่งหลายอย่าง ด้านจุดอ่อนของไทยคือเรามีข้อได้เปรียบมากมายไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลางของภูมิภาค เป็นจุดเชื่อมโยงด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ มีอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์และอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ที่ผลิตสินค้ามาตรฐานคุณภาพระดับโลกป้อนสู่นานาประเทศ มีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เลื่องชื่อ แต่ทั้งหมดนี้เป็นข้อได้เปรียบที่แคบลงและน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ขณะนี้ รูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจเราจะใช้แบบเดิมไม่ได้แล้ว เพราะว่าค่าจ้างแรงงานของเราแพงขึ้น เรามีกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมที่เข้ามาสร้างการเจริญเติบโตให้เราในอดีต เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมย้อมผ้า เสื้อผ้าสำเร็จรูป อยู่ไม่ได้แล้ว ต้องย้ายฐานไปอยู่แนวชายแดนใกล้ประเทศเพื่อนบ้านของเราแทน เพราะบริบทมันเปลี่ยนไป สิ่งที่เห็นว่าเป็นวาระเร่งด่วนของยุคสมัยนี้คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทาอย่างไรให้คนของเรามีคุณภาพมีความพร้อมที่จะออกไปเติบโตในต่างแดน ทาอย่างไรให้เราใช้ภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น เพราะถ้าเราต้องการจะอยู่รอดในเวทีอาเซียนยุคAEC เราต้องออกไปข้างนอก ต้องเอาธุรกิจรุกออกไปต่างประเทศ แล้วเราพร้อมจะออกไปหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่ท้าทายที่สุดในยุคนี้

ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ไทยเรามีจุดแข็งเยอะ จนเรารู้สึกสบายเกินไป ไม่ออกไปลงทุน ไม่ออกไปค้าขายนอกประเทศเราอาศัยของเก่ากินนานเกินไป เราต้องเปลี่ยนนิสัยนี้ ในส่วนของภาครัฐ เราต้องตระหนักว่า เมื่อการแข่งขันมากขึ้น เราจะรักษาจุดแข็งที่มีอยู่ได้อย่างไร ทาอย่างไรจะให้การเมืองราบรื่น นโยบายมีความต่อเนื่อง และธุรกิจขนาดกลาง-ขนาดเล็กของเราได้รับการสนับสนุนให้ออกไปเติบโตนอกประเทศแล้วส่งกำไรกลับเข้ามา
กรณีข้อพิพาทกับกัมพูชา ตอบได้กว้างๆ คือ มีสติ อย่าใช้อารมณ์ อย่าปลุกระดมกันมากนัก เพราะว่าถึงที่สุดแล้วเมื่อมันเข้าสู่กระบวนการ มันก็จะเป็นไปตามระบบที่มีอยู่ ก็ต้องสู้กันบนพื้นฐานตามกรอบกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ จากนั้นผมคิดว่าเราก็ต้องหาวิธีการที่จะอยู่ร่วมกันให้ได้ บางทีเรื่องของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติเราอาจจะได้ประโยชน์ระยะยาวมากกว่าการที่ต้องมาต่อสู้กัน ขัดแย้งกัน ซึ่งมันจะไม่มีใครได้ประโยชน์อะไรเลย

กรณีที่มีผู้เรียกร้องให้ไทยปฏิเสธอำนาจการตัดสินของศาลโลกและถอนตัวจากภาคีมรดกโลกนั้น อดีตเลขาธิการอาเซียนมองว่า เป็นเรื่องเสี่ยงมาก “เพราะเมื่อเราเข้าไปแล้วและถอนตัวออกนั้น มันเหมือนกับว่าเราปฏิเสธกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ ผมมองว่าการปฏิเสธและยืนยันกระต่ายขาเดียว มันเป็นความเสี่ยง หลายคู่ของอาเซียนขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศมาก่อน และเขาก็ตกลงและยอมรับกับผลที่ออกมา เช่นมาเลเซียกับสิงคโปร์ การอยู่ในประชาคมโลกเราไม่มีทางเลือก ถึงที่สุดแล้วเราต้องแก้ไขปัญหาโดยการเจรจาและสันติวิธี ต้องอยู่ด้วยกันให้ได้โดยได้รับประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว ซึ่งคิดว่าทางออกที่ดีที่สุดคือเราต้องกระตุ้นให้คนไทยได้ช่วยกันคิด ช่วยกันหาทางออกให้กับประเทศชาติ เช่น เรื่องคอร์รัปชันเราจะจัดการกับมันอย่างไร การซื้อขายตำแหน่ง การหาประโยชน์จากอำนาจ เราจะ ทำกันอย่างไร ระบบการศึกษาของเราต้องสอนให้คนรู้จักคิด รู้จักแก้ปัญหา รู้จักวิเคราะห์ เราจะทำให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร นี่เป็นพื้นฐานเป็นรากเหง้าของสังคมระบบการเมืองทาหน้าที่สรรหาคนที่จะมาเป็นผู้นำ ทาอย่างไรเราถึงจะมีผู้นำที่ออกไป (เวทีนอกประเทศ) แล้วคนเขาไม่ถามว่า เราเลือกได้แค่นี้เหรอ ผมไม่ได้หมายถึงคนระดับใดระดับหนึ่ง หรือตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง หลายต่อหลายครั้งที่เรา

ได้ยินในเวทีระหว่างประเทศว่า Is this the best you can do? เราก็ต้องหันกลับมาถามคนไทยว่า “เกิดอะไรขึ้น” เราทาอะไรอยู่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หันไปทางไหนก็มีแต่ปัญหา ไม่มีทางออก มืดมนไปหมด เราคนไทยต้องตั้งคำถามกับตัวเอง หลายคนรันทด ยอมแพ้กับปัญหา ไม่เอาแล้ว นั่นทำให้ปัญหายิ่งหนักเข้าไปใหญ่
หลังหมดภารกิจของเลขาธิการอาเซียนแล้ว จะกลับมาสู่เวทีการเมืองไทยหรือไม่ หรือเป็นไปได้ที่ท่านจะมุ่งหน้าสู่เวทีสากลต่อไปในระดับองค์การสหประชาชาติ คำตอบในขณะนี้ค่อนข้างชัดเจน “การเมืองไทยเต็มแล้วไม่ใช่เหรอ การเมืองเหมือนกับที่ลุ่ม เหมือนที่ราบ มีช่องตรงไหนน้ำก็เข้าไปแทนที่ แต่จะให้เข้าไปแทนที่ใคร เขาจะยอมหรือ” ถ้าเช่นนั้นแนวโน้มจะไปเวทีต่างประเทศหรือเปล่า เป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้ เป็น resource person ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (วาระดำนงตำแหน่ง 2 ปี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2556 ถึง 31 ธันวาคม 2557) โดยเป็นผู้ร่วมตั้งคำถามหลักๆ เกี่ยวกับการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาของประเทศไทย ตั้งคำถามระดับโครงสร้างหรือรากเหง้าเพื่อจะนำไปสู่การแก้ไขหรือคลี่คลายให้สถานการณ์ในประเทศชาติมันดีขึ้น เป็นตำแหน่งที่ไม่ต้องสอนแต่ให้คาปรึกษา ให้ความคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์ นั่นคือหน้าที่ในเวลานี้

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว เราจะนำเสนอแหล่งท่องเที่ยว และรวบรวมแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าทุกท่านต้องการไปท่องเที่ยวที่ไหนภายในประเทศอาเซียน