AEC Tourism

เส้นทางอาร์ 14 เชื่อมลาว-เวียดนามขุมทองใหม่นักลงทุนอาเซียน

by AEC TOURISMTHAI


    การคงความเป็นธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ของ ฝั่งภาคใต้ในสปป.ลาว ยังเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวจากธรรมชาติสร้างขึ้น หลายแห่งยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก การแสวงหาลู่ทางของนักธุรกิจก็เริ่มมีความสนใจมากขึ้น ทั้งด้านการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จัก รวมถึงการใช้พื้นที่การเกษตรในลาวใต้ที่ยังเหลือพื้นที่อีกมากมาย ซึ่งทางฝั่งของลาวเองก็ยังต้องการความช่วยเหลือจากฝั่งไทยให้การท่องเที่ยวของลาวรุดหน้ากว่าเดิม
 
    พิษณุ จันทร์วิทัน เอกอัครราชทูตไทย ประจํา สปป.ลาว นํานักธุรกิจ สมาคมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมหอการค้า อุบลราชธานีเพื่อให้ทําความรู้จักกับทางแขวงในภาคใต้ของลาว ทั้งหมด 4 แขวง คือ เริ่มจากแขวง จําปาสัก สาละวัน เซกอง และอัตตะปือที่ติดกับประเทศเวียดนาม เป็นนโยบายหนึ่งของรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีอยากให้มีการแสวงหาลู่ทางที่จะโปรโมทการท่องเที่ยวร่วมกันระหว่าง ไทย-ลาว
 
 
   นักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศ คือมาที่ประเทศไทย ข้ามไปลาว หรืออาจจะไปที่เวียดนาม
ด้วย ทําให้เราต้องมาที่ลาว เพื่อมาดูความพร้อม ว่าทางแขวงต้องการอะไรบ้าง และยังต้องมาดูว่าเขามีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง โดยเฉพาะที่แขวงอัตตะปือ เป็นที่ที่ห่างไกลมากที่มีพื้นที่ติดกับกัมพูชาและเวียดนาม จากนี้ไปก็จะมีด่านที่จะออกไปเวียดนาม ซึ่งจะเชื่อมไปถึงฝั่งทะเลทางด้าน จ.กูเญิน ของประเทศเวียดนาม ซึ่งระยะทางจาก จ.อุบลราชธานีมาเพียงแค่ 600 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น เพราะฉะนั้น  หากจะมีการพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกัน ก็สามารถทําได้
 
   นโยบายของไทย คือ การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งทางลาวเองก็ได้คุยกับ
ไทยเรื่องเส้นทางการคมนาคมต่างๆ การเปิดจุดผ่านแดน ตอนนี้ส่วนที่เป็นจุดผ่านแดนชั่วคราวที่อาจจะเปิด 3 วันต่อสัปดาห์ก็จะมีการยกระดับขึ้นมาให้เป็นด่านถาวร เป็นด่านสากล เพื่อให้นักท่องเที่ยวประเทศที่ 3 เดินทางเข้ามา ตอนนี้ก็ทํากันไปหลายแห่งแล้ว เช่นที่ จ.อุตรดิตถ์ด่านพูดูก็เปิดให้ใช้บริการแล้ว ซึ่งเราก็พยายามจะเปิดด่านในลักษณะนี้ขึ้นมาเรื่อยๆ
 
   ภายในปีหน้าเชื่อว่าการสัญจรไปมาของผู้คนหรือสินค้าจะสะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนลาวและ
ไทยมีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวต้องยอมรับว่าในลาว เขามีศักยภาพ เพราะธรรมชาติยังสวยงาม รวมถึงประเพณีวัฒนธรรม ยังแข็งแรง ทางแขวงปากเซ อยากให้คนไทยมาลงทุนการท่องเที่ยว
 
    การลงมาลาวใต้ครั้งนี้นายชวลิต องควานิช ประธานกรรมการที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัด
อุบลราชธานีมองว่า ต้องการพัฒนาการท่องเที่ยวสามเหลี่ยมมรกตที่สภาพัฒน์ให้การสนับสนุน ซึ่งเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกัน เป็นการท่องเที่ยว 3 ประเทศ 7 จังหวัด คือ อุบลราชธานีศรีสะเกษของประเทศไทย ส่วนลาวจะเป็นแขวงจําปาสักกับสาละวัน และพระวิหาร อุดรมีชัย สตรึงเตร็งของกัมพูชา เพราะฉะนั้นการท่องเที่ยว 3 ประเทศ ใน 1 วัน ที่พยายามผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวเชื่อมโยงซึ่งทาง สปป.ลาวและกัมพูชา ก็เห็นด้วยในการร่วมมือพัฒนา ทําให้โอกาสที่จะทําให้เกิดการท่องเที่ยว 3ประเทศ 7 จังหวัดเกิดขึ้นได้หรืออาจจะเชื่อมโยงไปถึงเวียดนามตอนกลาง ซึ่งเป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมมากมาย ก็สามารถเชื่อมต่อได้ถือว่าเป็นจุดขายของภาคอีสานตอนใต้  นอกจากนี้ยังอาจจะพัฒนาไปถึง ลาวใต้ทั้งแขวงเซกอง อัตตะปือ และทางกัมพูชาก็มีสตรึงเตร็งกับรัตนคีรีอีกจุดหนึ่ง
 
  
 
   เราพยายามเปิดเส้นทางใหม่ เพราะการคมนาคมเดี๋ยวนี้สะดวกมากขึ้น ทําให้นักท่องเที่ยวที่ยังไม่
เคยมา ก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามา เช่นปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวที่แขวงจําปาสักประมาณ 5 แสนกว่าคน ซึ่งเป็นคนไทยประมาณ 80% การท่องเที่ยวของจําปาสักโตได้จากการท่องเที่ยวของประชากร46 % การยกรายได้ของภาคประชาชนก็อยู่ที่ภาคการท่องเที่ยวและอีกภาคหนึ่งที่สําคัญคือภาคการเกษตร ที่ทําให้ประชาชนอยู่ดีกินดีมากขึ้น

 
   อุบลราชธานีพยายามผลักดันการท่องเที่ยว นําการค้า ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่อุบลฯจะมีผาแต้ม
ภาพเขียนสี่พันปีผาชัน สามพันโบกที่กําลังเสนอให้เป็นอุทยานธรณีแห่งแรกของประเทศไทยเรามี 2 อันซีนคือ น้ําตกลงรูกับกุ้งเดินขบวน และมีจุดแคบที่สุดของแม่น้ําโขงอยู่ที่ปากบ้อง และเป็นจังหวัดเดียวที่มีโขงชีมูล เป็นรอยต่อแม่น้ําชีไหลลงสู่แม่น้ํามูลและมูลไหลลงแม่นําโขง และยังมีแม่น้ําสองสีที่อ.โขงเจียมจะชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในประเทศไทย เช้า พระอาทิตย์ขึ้นที่ผาชนะได ตอนเย็นตกที่ประภาคารแหลมพรมเทพ จ.ภูเก็ต
 
เส้นทางอาร์ 14 เชื่อมลาว
 
 
   ในรอยต่อสามประเทศ อุบลราชธานีจําปาสัก พระวิหาร ในอนาคตต่อไปในรอยต่อสามประเทศ
จะมีสามมรดกโลก อย่าง จําปาสัก สปป.ลาว จะมีปราสาทวัดภูเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ส่วนทางกัมพูชาก็มีเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จ.อุบลราชธานีของประเทศไทย กําลังนําเสนอให้สามพันโบกเป็นมรดกโลกทางธรณีวิทยา จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาชมแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญของโลกจะอยู่ในกลุ่มนี้
 
   จากสภาพภูมิศาสตร์จ.อุบลราชธานีเป็นเมืองปิด แต่หลังจากลาว เวียดนาม กัมพูชา เปิด
ประเทศ ทําให้เกิดเส้นทางเชื่อมโยงทั้งด้านธุรกิจ การค้า การท่องเที่ยวที่ออกมาสู่ลาวที่จะเชื่อมไป
เวียดนามตอนกลาง ออกสู่เว้ออกดานัง ออกควิเยิน ขณะนี้ก็คมนาคมได้สะดวกแล้ว ด่านข้ามประเทศก็เป็นด่านสากล เพราะฉะนั้นลาวจะทําถนนทุกเส้นไปเชื่อมเวียดนามไปออกทะเล
 
 
   เส้นทางหมายเลข 9 หรือเส้น EWEC ถนนสายระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก จากมุกดาหาร สะหวันนะเขต เข้ากวางจิเข้าเมืองเว้และเข้าดานัง
 
   เจริญ วังอนานนท์เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เห็นการเติบโตของลาวใต้ทั้ง 4
แขวง ทั้งอัตตะปือ เซกอง สาละวัน สะหวันนะเขต ไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ก็น่าจะยังมีอีกหลายอย่างที่ยังต้องปรับปรุง ด้วยความที่ลาวกับไทยมีพื้นที่ติดกันสามารถจะเชื่อมโยงกันได้ซึ่งปีนี้ในช่วงปลายปีก็จะเข้าสู่ AEC ถ้าหากเกิดการพัฒนาในพื้นที่ร่วมกันในเรื่องของการท่องเที่ยว และมีการปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นกว่าเดิม คิดว่าน่าจะเอื้อประโยชน์ของทั้งสองประเทศได้มากขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : 
(พรพรรณ สีกะพา) (กรุงเทพธุรกิจ)