Economy and Investment

เส้นทางการค้าตลาดใหม่ไม่ไกลบ้าน

by AEC TOURISMTHAI

   

     ภูมิภาคอาเซียนกำลังเป็นที่จับตามองของชาวโลกถึงความเปลี่ยนแปลงอันที่จะเกิดขึ้นจากการควบรวมตัวกันระหว่างประเทศสมาชิก 10 ประเทศ
 
    วัตถุประสงค์หลักก็เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างอำนาจต่อรองกับภูมิภาคอื่นๆ เขา ประกอบกับร่วมกันสานประโยชน์ระหว่างกันให้แข็งแรงแน่นหนา ไม่ต้องถึงกับจะไปท้าตีท้าต่อยแก่งแย่งชิงดีกับใครเขา ประมาณเอาเป็นว่า "คนเดียวหัวหาย สิบคนเพื่อนตาย" ได้ก็เพียงพอแล้ว
 
    การรวมตัวกันเป็นประชาคม ได้ตัวเลขจ านวนประชากรทั้งหมดตกประมาณ 600 กว่าล้านคนหรือประมาณร้อยละ 8.85 ของประชากรโลก เป็นทั้งฐานการผลิต เป็นทั้งตลาดเดียวกันขนาดใหญ่ ที่น่าจะสร้างจุดแข็งจุดขายได้ดีกว่าต่างคนต่างอยู่
 
    จากความร่วมมือกันดังกล่าว ต้องยอมรับว่าทั้งแนวความคิด และแนวทางการดำเนินการในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานั้นจุดติด กระแสเป็นที่ยอมรับและสร้างจุดสนใจให้แก่ประชาคมโลกได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
 
    กลุ่มประเทศสมาชิก 10 ประเทศ ได้มีการปรับทิศทางมุมมองของประเทศคู่ค้าสำคัญๆ ต้องปรับ
นโยบายให้สอดคล้อง กำหนดเป็นยุทธศาสตร์ ตลอดจนนำเสนอออกมาเป็นกลยุทธ์หลากหลายออกมา
รองรับตามที่เราสามารถพบเห็นและสัมผัสได้
 
    ยกตัวอย่าง 2 ประเทศมหาอำนาจใกล้เคียง ที่มีนโยบายเชื่อมต่อกับอาเซียน เช่น จีน และอินเดีย พี่ใหญ่ทั้งสองประเทศนี้เขาไม่ได้เป็นประเทศสมาชิกอาเซียน หากแต่ก็ต้องปรับมุมมอง สำหรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลกระทบถึงเขาได้ดังคำกล่าวที่ว่า
 
  India : Look East Act East
  China : Look West Act West Implementing
  Thailand : Look Around Still Enjoy Signing MOU
 
    นี่เป็นเพียงกรณีศึกษาที่สะท้อนความรู้สึกของสังคมแล้วแสดงออกมาแบบขันๆ ทั้งหลายทั้งปวงเขาดูจากผลผลิต พฤติกรรมที่จับต้องได้เป็นตัวชี้วัดให้เอาไปไตร่ตรองคิดเปรียบเทียบกัน
 
     ในประเทศไทยบ้านเรา ถือได้ว่าจุดที่ตั้งประเทศมีความเหมาะสมในแง่ของการเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่ง เป็นเส้นทางผ่านคมนาคมเชื่อมต่อกับทั้งกลุ่มประเทศสมาชิกด้วยกันเองและตลาดรองรับเป้าหมาย ที่ยกตัวอย่างประเทศจีนและอินเดียขึ้นมาก็ด้วยเหตุที่สองประเทศนี้มีประชากรจำนวนมากเป็นตลาดหลักที่อาเซียนมองและให้ความสำคัญ
 
    ในปัจจุบัน จุดข้ามแดนหรือผ่านแดนที่ส าคัญของไทย คือ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ที่จังหวัดมุกดาหาร กับที่สะหวันนะเขตของประเทศลาว และด่านที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตากกับเมืองเมียวดี
ของเมียนมาร์ นับได้ว่าเป็นจุดผ่านแดนที่ต้องให้ความสำคัญ เป็นหนึ่งในเส้นทางคมนาคมสายหลัก East-West Economic Corridor ที่จะมาเล่าสู่กันในวันนี้
 
    ได้เคยบ่นบอกกันไปในหลายเวทีว่า พี่ใหญ่อย่างจีนและอินเดียเขาก าลังพยายามเชื่อมต่อกับอาเซียน ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นประเทศไทยที่เป็นเส้นทางผ่าน จีนมีนโยบาย Look West เพราะเขาต้องการหาทางออกทะเลด้านฝั่งตะวันตก จากสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน เขาสร้างเส้นทางตัดผ่านเมียนมาร์ไปถึงเมืองจ้าวผิ่ว สร้างถนน ทางรถไฟ ท่อส่งก๊าซ/น้ ามัน และท่าเรือน้ าลึก ลงทุนกันไม่ใช่น้อยเพื่อสนองยุทธศาสตร์ที่ถูกกำหนด จากจีนเข้าประเทศไทยก็คงจะมองเห็นแนวโน้มโครงการรถไฟความเร็วสูงที่กำลังเพ่งพิจารณากันอยู่
 
    เห็นกันได้ชัดว่าพี่ใหญ่อย่างจีนเขามอง เขาบุก และเขากำลังทำให้เป็นรูปธรรมอยู่ Act West
and Implementing
 
     กรณีอินเดียพี่ใหญ่อีกท่าน ก็มองอาเซียนอยู่เหมือนกันตามนโยบาย Look East ที่ผ่านมาอินเดียจะมาคุยกับไทยเราให้ช่วยกันบอก เมียนมาร์ให้ทุ่มเทงบประมาณสร้างทางสร้างถนนเชื่อมต่อภายในประเทศเพื่อประโยชน์ในภาพรวมของภูมิภาค
 
    ปีแล้วปีเล่าเมียนมาร์มองว่าผลประโยชน์ส่วนใหญ่ไม่ได้ตกแก่ประเทศของเขาสักเท่าไร จีนอยากได้ประโยชน์เขาก็เข้ามาลงทุนสร้างเอาเอง
 
     ทำไมไทยกับอินเดียไม่ทำอย่างจีนเขาล่ะไทยลงทุนสร้างถนนจากชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ข้ามเทือกเขาตะนาวศรีเข้าไปยัง
 
     เมืองเมาะละแหม่งเพื่อเชื่อมต่อไปยังเมืองส าคัญคือย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ เพื่อให้สะดวกต่อการขนส่ง
สินค้าตามที่รัฐบาลเมียนมาร์เสนอ
 
     ประเด็นที่ถูกจับตาคือ ฝั่งพี่ใหญ่อินเดียที่ผ่านมายังไม่เห็นขยับ ล่าสุดเพิ่งจะออกมาบอกแล้วว่า Act West โครงการสร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างอินเดีย- เมียนมาร์-ไทย จะมาจากกลุ่ม 8 รัฐทางอีสานเหนือของประเทศอินเดียอัน ได้แก่ อรุณาจัล ประเทศ อัสสัม มิโซรัม มานิปูร์ เมกาลายา ตรีปูร์ นากา แลนด์ รวมทั้งเขตปกครองพิเศษรัฐสิกขิม และรัฐเบงกอล
 
     ถ้าท่านดูจากในแผนที่ประกอบ จะเห็นได้ชัดเจนถึงจุดที่ตั้งของรัฐเหล่านี้ที่เสมือนกับแยกออกมา
จากพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศอินเดีย
 
     เดิมทีพื้นที่ดังกล่าวเคยเกิดกรณีพิพาทเรื่องดินแดนกันกับจีน สุดท้ายอังกฤษเข้ามาช่วยกดดันแก้ปัญหาให้ การผลักดันโครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อเส้นนี้ จะเริ่มจากชายแดนอินเดีย-เมียนมาร์เข้าไปถึงเมืองมัณฑะเลย์กึ่งกลางประเทศเมียนมาร์ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2559 ภายหลังจากอาเซียนควบรวมกันเป็นประชาคมอย่างเป็นทางการในปี 2558 เพียงปีเดียว อันนี้ถือว่าเป็น Act East
 
    ข่าวดีก็คือ อีกหน่อยคนไทยจะสามารถขับรถจากด่านแม่สอด จังหวัดตาก ไปถึงประเทศอินเดียได้โดยสะดวก กลุ่มรัฐทั้ง 8 ในภาคอีสานเหนือของอินเดียจะเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย เพราะมีค่านิยมสูงจากสินค้าไทยที่ส่งเข้าไปขายในตลาดเมียนมาร์แล้วผ่าน
ต่อไปถึงยังพื้นที่
 
    ภาคการท่องเที่ยวก็สามารถพัฒนาร่วมกันได้ไม่ยาก เพราะเป็นความแปลกใหม่ที่ชวนให้ไปสัมผัสถึงขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่าง ท่านอาจจะนึกไปไม่ถึงชาวอินเดียที่รูปร่างหน้าตาออกไปทางกลุ่มประเทศข้างเคียงติดกัน เช่น ทิเบต หรือ ภูฏาน เส้นทางเส้นนี้นอกจากจะรองรับประชาชนในประเทศอาเซียนให้ไปมาหาสู่กันได้แล้ว ยังเป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าและบริการระหว่างกันได้ด้วย
 
    ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสานเหนือของอินเดีย มีกลุ่มชาติพันธุ์กระจายกันอยู่ในรัฐต่างๆ มากมาย มีความใกล้ชิดทางเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์กับคนในอาเซียนมากกว่าชาวอินเดียด้วยกันที่อาศัยอยู่ในภาคอื่นของอินเดียเองด้วยซ้ าไป

     ยกตัวอย่างคนในรัฐอัสสัม และรัฐอรุณา จัลประเทศ ที่มีรากเหง้าเดียวกันกับชาวไตในเมียนมาร์
และบางส่วนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนของไทยเรานี่เอง
 
    หรือกลุ่มชาวกาสี (Khasi) ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ในรัฐเมกาลายา ก็มีหลักฐานว่าน่าจะสืบเชื้อสายมาจากชาวมอญหรือขะแมร์
 
    อย่ากระนั้นเลย ถ้าใจร้อนอยากจะไปเยี่ยมเยือนก่อนถนนหนทางจะแล้วเสร็จ บินตรงไปเมืองมัณฑะเลย์จากนั้นบินต่อไปยังรัฐมานิปูร์ ซึ่งขณะนี้ได้รับทราบมาว่ามีบินตรงอาทิตย์ละ 3 เที่ยว ก็สามารถไปเที่ยวกันได้แล้ว
 
     กลุ่มรัฐเหล่านี้ยังสดใหม่ปราศจากมลพิษอยู่ไม่ไกลจากประเทศไทยนัก ไม่เพียงไปสัมผัสเรียนรู้กับความแปลกใหม่ของขนบธรรมเนียมประเพณี ดีไม่ดีท่านอาจจะได้สบช่องมองเห็นถึงโอกาสทางการค้าการลงทุนติดไม้ติดมือกลับมาบ้างก็เป็นได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : มติชนสุดสัปดาห์