About AEC

นายกรัฐมนตรีสรุปผลการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 28-29 และ G77

by Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

นายกรัฐมนตรีสรุปผลการประ
 

ระหว่างวันที่ 4 – 5 กันยายนที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปร่วมประชุมผู้นำ G20 (G20 Summit) ณ นครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ในฐานะประธานกลุ่ม G77 ตามคำเชิญของผู้นำจีนเป็นครั้งแรกที่ประธานกลุ่ม G77 ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในฐานะผู้สร้างสะพานเชื่อม (bridge builder) ระหว่างสมาชิก G77 130ประเทศ และ G20 โดยเฉพาะประเด็นความสนใจของประชาคมระหว่างประเทศ ที่มีต่อการเมืองเศรษฐกิจ และวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทยตามหลัก"ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่รัฐบาลได้น้อมนำ มาประยุกต์ใช้ในการบริหารประเทศ ในทุกระดับ ภายใต้แนวทางการส่งเสริมการ "ระเบิดจากข้างใน” และ "ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” รวมทั้ง ความเชื่อมั่นเชื่อว่าศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยและภูมิภาคนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจโลกด้วย เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของ 130 ประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียนด้วย
 
ที่ผ่านมาเวทีการประชุมผู้นำ G20 จะเน้นการหารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีขนาดเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกรวมกัน คิดเป็นร้อยละ 90 ของเศรษฐกิจโลก และมีจำนวนประชากรรวมกันประมาณ 2 ใน 3 ของโลก อย่างไรก็ตาม โลกใบนี้เป็นของมนุษยชาติทุกคน "การพัฒนาที่ยั่งยืน” ไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากโลกยังคงเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในประเทศและแต่ละประเทศด้วยกัน จะเกิดช่องว่าง ระยะห่าง ที่นับวันจะ "ขยายใหญ่ขึ้น” นำไปสู่ปัญหาระดับโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทุกประเทศ อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยง และต้องร่วมกันรับผิดชอบ ดังนั้น หัวข้อการหารือในปีนี้ คือ "การประสานนโยบายและแนวทางการพัฒนาใหม่ ๆ เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก”ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศพัฒนาแล้ว กับประเทศกำลังพัฒนา ด้วยการสร้าง "หุ้นส่วนระดับโลก” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืนและครอบคลุมไปพร้อม ๆ กันนั้นผมเห็นว่าสอดคล้องกับแนวนโยบายของไทย โดยเฉพาะในฐานะประธาน G77 ที่พยายามผลักดันให้ทุกฝ่ายผนึกกำลังกัน เพื่อสร้างความร่วมมือรูปแบบใหม่ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เดินหน้าเคียงบ่าเคียงไหล่ซึ่งกันและกัน เหมือน "เพื่อน พี่ น้อง ญาติ ” ตามศักยภาพของแต่ละประเทศ และตามความสมัครใจ ในการเผชิญกับความท้าทายในหลากมิติ และเอาชนะสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ต้องกล้าคิดนอกกรอบแต่ต้องนำกลับมาเข้าสู่กฎกติกาแต่ก็ต้องหาวิธีการใหม่ ๆ และก้าวข้ามเส้นแบ่งในรูปแบบเดิมๆ สู่ความเป็น "ยานยนต์แห่งศตวรรษที่ 21” สำหรับขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ในแนวทางการพัฒนาใหม่ ๆ ประกอบด้วย (1) การให้โอกาส เปิดทางเลือกและไม่ปิดกั้นประเทศกำลังพัฒนา ทั้งในด้านนโยบายและความร่วมมือ (2) การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจจากภายในโดยให้ความสำคัญแก่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้วยการศึกษา เรียนรู้ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆไปพร้อม ๆ กับการส่งเสริม SMEs และ Start-up อันจะเป็น "กลจักร” ใหม่ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ระดับฐานรากเชื่อมโยงเข้าสู่ "ห่วงโซ่คุณค่าโลก”และ (3) การสนับสนุนบทบาททุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ตามกลไก "ประชารัฐ”ของรัฐบาลไทย เพื่อให้บรรลุการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างเข้มแข็งและสมดุล ซึ่งไทยพร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์ตาม "หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ให้เป็นทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาที่ยั่งยืนแก่ประเทศอื่น ๆ ด้วย ดังคำกล่าวที่ว่า เราจะเจริญเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน (Stronger Together)
 
สำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 28 และ 29 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ณ เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวม 15 การประชุม ระหว่างวันที่ 6 – 8 กันยายน 2559 นั้น มีความสัมพันธ์ เชื่อมโยงกันกับการประชุมผู้นำ G20 นอกจากกรอบความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การเงิน การค้า การลงทุน รวมทั้งการพัฒนาที่ยั่งยืนแล้ว เวทีนี้ อาเซียนและประเทศพันธมิตร เน้นความมี "พลวัต” ที่จะต้องดำเนินการสร้างความสมดุลใน 3 ด้านเพื่อนำวิสัยทัศน์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ (1) การเสริมสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งที่ทุกคนได้รับการดูแลและประโยชน์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยเฉพาะการส่งเสริมเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย "นวัตกรรม” (2) การสร้างความมั่นคง ที่แข็งแกร่ง เน้นการพัฒนาศักยภาพของคนทุกวัยอย่างสมดุล และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในประชาคมอย่างสร้างสรรค์และ (3) การสร้างความเชื่อมโยงและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยไม่ละเลยการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพภายในภูมิภาค เพื่อให้การไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนเป็นอย่างราบรื่น
 
ทั้งนี้ อาเซียนและประชาคมโลก จำต้องปรับตัวเข้าหากัน มีพลวัต เป็นเอกภาพและเป็นปึกแผ่น ร่วมสร้างโครงสร้างสถาปัตยกรรมในภูมิภาค รวมทั้งมีปฏิสัมพันธ์กับประเทศนอกภูมิภาคด้วยให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่อาทิ เช่น การก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ การลักลอบค้ามนุษย์และยาเสพติด รวมถึงการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ ซึ่งเราไม่อาจหลีกเลี่ยง หรือแบ่งแยกความรับผิดชอบได้เนื่องจากทุกประเทศจะต้องได้รับผลกระทบร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น ประเทศ "ต้นทาง – กลางทาง – ปลายทาง” ดังนั้น เราได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายไว้เนื้อเชื่อใจกันและดำเนินกิจกรรมร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ (Constructive Joint Activities) ในลักษณะ "หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ในทุกกิจกรรม เราควรเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ได้รับผลประโยชน์ส่วนแบ่งร่วมอย่าง อย่างเท่าเทียม และไม่ควรแข่งขันกัน แต่ควรเรียนรู้และแบ่งปันแนวปฏิบัติ ประสบการณ์ องค์ความรู้ เทคโนโลยี ในสาขาที่แต่ละฝ่ายมีความเชี่ยวชาญ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เป็นโลกสีเขียว เป็นโลกแห่งสันติภาพ ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยและประชาชน "คนไทยทุกสาขาวิชาชีพ และทุกเพศวัย” จะได้รับจาการกระชับความสัมพันธ์ จากทุกเวทีการประชุม ในทุกกรอบความร่วมมือในครั้งนี้ ถือว่า "โอกาสใหม่ ๆ” ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ของประชาชนในภูมิภาค จากการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ การเข้าถึงแหล่งทุนในการพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานคุณภาพสูง รวมทั้ง การสนับสนุนการค้าและการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน เพื่อเชื่อมต่อธุรกิจท้องถิ่น OTOP SMEs Start-up ให้เข้าสู่ระบบห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งสอดรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 12 นโยบาย "Thailand 4.0” และการบริหารราชการแผ่นดินของไทย ในเชิงบูรณาการโดยน้อมนำหลัก "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาประยุกต์ใช้ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่สอดคล้องกับ SDGs 2030 ของ UN เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับความสามารถในการรับมือกับประเด็นท้าทายต่าง ๆ ในอนาคตด้วย
 

Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC ที่มา, ความหมาย, การท่องเที่ยว,การเดินทาง โดยจะพูดถึง Tourism Transportation เป็นหลัก