About AEC

ผู้นำไทย-อินเดีย แถลงข่าวผลการหารือให้ความร่วมมือระหว่างกันทางการค้า การศึกษา และวัฒนธรรม

by Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

ผู้นำไทย-อินเดีย แถลงข่า
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้มาเยือนสาธารณรัฐอินเดียอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของท่านนายกรัฐมนตรีโมที เป็นครั้งแรก รู้สึกประทับใจและขอบคุณรัฐบาลอินเดียที่ได้ให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะผู้แทนไทยอย่างอบอุ่น
 
อินเดีย เป็นแหล่งอารยธรรมอันเก่าแก่ อีกทั้งเป็นแหล่งกำเนิดของพระพุทธศาสนาที่ได้แพร่หลายไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินเดียเป็นมิตรใกล้ชิดที่มีพื้นฐานมาจากประวัติศาสตร์อันยาวนานจนถึงปัจจุบัน ซึ่งนโยบายรุกตะวันออก (Act East) ของรัฐบาลอินเดียสอดคล้องกับนโยบายมุ่งตะวันตก (Look West) ของไทย อินเดียเป็นประเทศยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียที่กำลังมีบทบาทสำคัญทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคมในเวทีระดับภูมิภาคและระดับโลก นอกจากนี้ อินเดียยังมีการพัฒนาอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ และความก้าวหน้าทางวิชาการเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในนโยบายพัฒนาประเทศของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีโมที ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
 
ในการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายกรัฐมนตรีโมที ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า ในปีหน้าไทยและอินเดียจะร่วมกันฉลองโอกาสครบรอบการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 70 ปี โดยมีการจัดกิจกรรมตลอดทั้งปีและมีกิจกรรมหลักในวันที่ 1 สิงหาคม 2560 ซึ่งโอกาสดังกล่าวเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่จะหารือร่วมกันว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินเดียจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร อีก 70 ปีต่อไปในอนาคต เพื่อยกระดับความสัมพันธ์และก้าวไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
 
ความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม ศาสนาและการศึกษาเป็นสาขาที่มีความคืบหน้าอย่างเห็นได้ชัด ปฏิสัมพันธ์ของภาคประชาชนเป็นกลจักรสำคัญที่ช่วยรักษาพลวัตความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ผู้นำทั้งสองจึงเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบสองฝ่ายซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั้งสองประเทศ โดยใช้มิติด้านศาสนาซึ่งนายกรัฐมนตรีโมทีให้ความสำคัญ โดยไทยพร้อมจะส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา (Buddhist Circuit) ตามเส้นทางแสวงบุญสถานที่สำคัญในอินเดียและประเทศใกล้เคียง
 
ด้านการศึกษา นายกรัฐมนตรีขอให้นายกรัฐมนตรีโมทีส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาไทยในอินเดียมากขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีโมทีรับที่จะไปพิจารณา นอกจากนี้ ภาคเอกชนไทยยังได้บริจาคเงินจำนวน 9 แสนบาทให้กองทุน "Thailand Fund for Nalanda University” เพื่อเป็นทุนการศึกษาและทุนศึกษาวิจัยสำหรับนักศึกษาและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยจากไทยหรือชาติอื่น ๆ ในสาขา "Buddhist Studies, Philosophy & Comparative Religion”นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศจะสนับสนุนความร่วมมือเชิงวัฒนธรรมระหว่างกัน ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาของไทยหลายแห่งที่เปิดสอนวิชาอินเดียศึกษา จึงหวังว่าจะมีโอกาสส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาไทยศึกษาในอินเดีย เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
 
ด้านความเชื่อมโยง นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีโมทีได้หารือกันเกี่ยวกับการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างกัน ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ โดยเฉพาะโครงการถนนสามฝ่ายอินเดีย-เมียนมา-ไทย และเส้นทางหลวง BIMSTEC ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมและค้าขายระหว่างกัน โดยไทยมีบทบาทในฐานะประตูเชื่อมของอินเดียไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก รวมถึงการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลระหว่างเจนไนกับโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และความร่วมมือระหว่างสองประเทศในการผลักดันให้มีการสรุปการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ตามที่กำหนดไว้ภายในปีนี้ ซึ่งหากสำเร็จ RCEP จะเป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีประชากรกว่า 3,000 ล้านคน และการผลักดันการเจรจาเขตการค้าเสรี BIMSTEC ให้บรรลุผลสำเร็จโดยเร็ว
 
โดยมีการหารือกันในหลายประเด็น ดังนี้
 
ด้านเศรษฐกิจ ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะผลักดันความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทย และอินเดียให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันให้สูงขึ้น ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีโมที โดยเราเห็นพ้องที่จะเน้นที่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และจะต้องส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนกันในทุกกิจกรรม การลงทุนร่วมกัน นอกจากนนี้ นายกรัฐมนตรีเห็นว่าการผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-อินเดีย ให้แล้วเสร็จโดยเร็วจะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการค้าระหว่างทั้งสองประเทศให้เพิ่มมากขึ้น ในการหารือ นายกรัฐมนตรีโมทีแจ้งว่าจะสนับสนุนภาคเอกชนอินเดียให้ไปลงทุนในไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเองก็สนับสนุนภาคเอกชนไทยให้เข้ามาลงทุนในอินเดียเช่นกัน เพื่อสนับสนุนนโยบาย Make in India และ Smart Cities และเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีการประชุมสภาธุรกิจไทย-อินเดีย ครั้งที่ 1 และกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างภาคเอกชนทั้งสองฝ่ายเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน
 
นายกรัฐมนตรี ยินดีที่ทราบว่าภาคเอกชนไทยได้เข้ามาสร้างชื่อเสียงให้ทั้งรัฐบาลและประชาชนชาวอินเดียเห็นศักยภาพของไทย อาทิ การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารของสนามบินที่เมือง อาห์เมดาบาด รัฐคุชราต และที่เมืองกัลกัตตาโดยบริษัทก่อสร้างของไทย ซึ่งได้รับคำชื่นชม ถึงความสวยงามและสะดวกสบาย นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าย่อย (outlet) ประเภทอาหาร ที่ได้รับความนิยมจากชาวอินเดียด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีอยากเชิญชวนให้นักธุรกิจไทยมากลงทุนมากขึ้น
 
ด้านความเชื่อมโยง นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีโมทีได้หารือกันเกี่ยวกับการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างกัน ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ โดยเฉพาะโครงการถนนสามฝ่ายอินเดีย-เมียนมา-ไทย และเส้นทางหลวง BIMSTEC ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมและค้าขายระหว่างกัน โดยไทยมีบทบาทในฐานะประตูเชื่อมของอินเดียไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก รวมถึงการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลระหว่างเจนไนกับโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และความร่วมมือระหว่างสองประเทศในการผลักดันให้มีการสรุปการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ตามที่กำหนดไว้ภายในปีนี้ ซึ่งหากสำเร็จ RCEP จะเป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีประชากรกว่า 3,000 ล้านคน และการผลักดันการเจรจาเขตการค้าเสรี BIMSTEC ให้บรรลุผลสำเร็จโดยเร็ว
 
ด้านความมั่นคง ความร่วมมือระหว่างไทยและอินเดียเป็นไปอย่างราบรื่นและใกล้ชิด เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมได้มาเยือนอินเดีย และมีการหารือในหลากหลายประเด็น อาทิ ความร่วมมือด้านกลาโหมและเหล่าทัพ ความร่วมมือด้านข่าวกรอง การต่อต้านการก่อการร้าย ความมั่นคงทางไซเบอร์และความมั่นคงทางทะเล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายกำลังประสานงานกันเพื่อผลักดันให้ผลการหารือดังกล่าวมีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงในภูมิภาค
 
โดยในวันนี้ นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีโมทียังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการแลกเปลี่ยนความตกลง 2 ฉบับ คือ 1) แผนปฏิบัติการว่าด้วยโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมไทย-อินเดีย ปี 2560-2562 และ 2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับมหาวิทยาลัยนาคาแลนด์ นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่ายินดีที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคาร Axis (เอ็กซิส) จำกัด ของอินเดียได้ลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกัน เพื่อส่งเสริมการเป็นพันธมิตรในการให้บริการสนับสนุนธุรกิจการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและอินเดียในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเยือนอินเดียครั้งนี้ด้วย
 
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังขอให้มีการส่งเสริมเรื่องการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ IHQ หรือ ITC ในประเทศไทยมากขึ้นด้วย
 
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่พรุ่งนี้จะได้เดินทางไปสักการะสังเวชนียสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พุทธคยา ซึ่งจะได้เป็นประธานในพิธีสวดมนต์และเจริญจิตภาวนาใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ที่วัดมหาโพธิ์พุทธคยา และถวายภัตตาหารเพลที่วัดไทยพุทธคยาด้วย
 

Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC ที่มา, ความหมาย, การท่องเที่ยว,การเดินทาง โดยจะพูดถึง Tourism Transportation เป็นหลัก