Related Articles

ชิงความได้เปรียบ’ทวาย’ พลิกโฉมท่องเที่ยวตะวันตกเชื่อมAEC

by Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

ชิงความได้เปรียบ’ทวาย’ พลิกโฉมท่องเที่ยวตะวันตกเชื่อมAEC

 

ในเวทีสัมมนา “เตรียมพร้อมท่องเที่ยวไทยก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ที่จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือ ททท. ณ จังหวัดกาญจนบุรี

นางสาวทวินันท์ จันทนจุลกะ ผู้อำนวยการส่วนธุรกิจบริการสำนักการค้าบริการและการลงทุน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือAECในปี 2558 โครงการทวายจะเป็นหนึ่งในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างไทยและพม่า ทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงกับอาเซียน อินเดีย และจีน พร้อมกันนี้ทวาย ยังมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งใหม่เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญสูงระดับประเทศเช่นMaster Plan on ASEAN Connectivity, Great Mekong Subregion และ Mekong-Japan นับเป็นศักยภาพในการเปิดประตูการค้าฝั่งตะวันตกของภูมิภาค เพื่อสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศในอาเซียนกับตลาดตะวันตก เช่น เอเชียใต้ แอฟริกา และยุโรป และถือเป็นหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน



ชิงความได้เปรียบ’ทวาย’ พ
 

ทั้งนี้เนื่องจากศักยภาพขีดความสามารถของท่าเรือน้ำลึกทวาย รองรับสินค้าได้ 200 ล้านตันต่อปี หรือ 14 ล้านทีอียูในปี 2580 เทียบกับขีดความสามารถของท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 2 ซึ่งรองรับได้ 7.7 ล้านทีอียูต่อปี (ไม่รวมท่าเรือ D1, D2, D3) รวมถึงรองรับเรือขนาด 1 แสน DWT เทียบกับท่าเรือแหลมฉบังซึ่งรองรับเรือได้เพียง 8 หมื่น DWT ในขณะที่ความลึกของหน้าทำอยู่ที่ราว 25-40 เมตร และที่ท่าเรือแหลมฉบังมีความลึก 14-16 เมตร ส่วนที่ตั้งของโครงการทวาย อยู่ในเขตตะนาวศรีของพม่ามีขนาดพื้นที่ราว 204 ตารางกิโลเมตรหรือราว 1.27 แสนไร่ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่านิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดราว 10 เท่า โดยทวายอยู่ห่างจากชายแดนไทย-พม่าราว 160 กิโลเมตร อยู่ห่างจากจังหวัดกาญจนบุรีราว 230 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 317 กิโลเมตร และห่างจากอีสเทิร์นซีบอร์ดราว 427 กิโลเมตร ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกันได้กลยุทธ์ท่องเที่ยวเชื่อมโยง

นายสรรเสริญ เงารังษี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียใต้และแปซิฟิกใต้ททท.มองว่าหนึ่งในกลยุทธ์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของ ททท.สู่AEC คือกลยุทธ์การสร้างความเชื่อมโยง โดยจังหวัดกาญจนบุรี สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี และททท.จะร่วมกันดำเนินความสะดวกในการเดินทางข้ามแดน การพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงการส่งเสริมการตลาด

ทั้งนี้ เส้นทางเชื่อมโยงระหว่างกาญจนบุรีและทวายในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวตามแนวชายแดนคือกาญจนบุรี-พะยาตองซู เมืองสังขละบุรี ด่านเจดีย์สามองค์ ส่วนเส้นทางเชื่อมโยงในอนาคตจะเป็นการเชื่อมโยงกับโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายในเส้นทาง กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี (ดำนพุน้ำร้อน ต.บ้านเกำ อ.เมือง)-ทวาย

สำหรับสินค้าท่องเที่ยวในกาญจนบุรีจะชูจุดขายการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรรวมถึงศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนโดยเป้าหมายของนักท่องเที่ยวคือนักท่องเที่ยวไทยนักท่องเที่ยวพม่าและนักท่องเที่ยวต่างชาติจากการเชื่อมโยงทวาย ประกอบกับ ททท. จะทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงโดยการนำสื่อมวลชนและบริษัทนาเที่ยวจากพม่าเดินทางมายังไทย รวมทั้งวางแผนการจัดคาราวานรถยนต์ไทย-พม่า-ไทยด้วยโซลำร์ฯบินอู่ตะเภา-กาญจน์

นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการททท. เปิดเผยว่า จากการเกิดขึ้นของโครงการทวาย คาดว่าจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวในกาญจนบุรีมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากเดิมราว 20% เป็น 30% โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจที่จะเข้ามาพักในกาญจนบุรีนอกจากนี้ยังจะช่วยสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอื่นเช่น รัสเซีย จีน และเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวทั่วไป

ขณะที่การรองรับก็พบว่าธุรกิจโรงแรมในกาญจนบุรีมีห้องพักราว 1 หมื่นห้องส่วนใหญ่เป็นโรงแรมและรีสอร์ตระดับ 3 ดาว ส่วนระดับ 4-5 ดาว มีสัดส่วนราว 10% แต่ในอนาคตมองว่าเชนบริหารโรงแรมระดับอินเตอร์เนชั่นแนลจะเข้ามารับบริหารมากขึ้น อย่างไรก็ดี ขณะนี้สายการบินโซล่าร์แอร์ ยังเตรียมที่จะเปิดบินในเส้นทางอู่ตะเภา-กาญจนบุรี ในช่วงปลายปีนี้โดยขณะนี้จังหวัดอยู่ระหว่างการปรับปรุงและเตรียมความพร้อมของสนามบินพล.ร.9 กาญจนบุรี ภายใต้งบประมาณราว 15 ล้านบาท เพื่อรองรับการเปิดให้บริการสนามบินเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวรัสเซียที่บินเข้าอู่ตะเภาด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำหรือชาร์เตอร์ไฟลต์ซึ่งจากการเปิดAECและการก่อสร้างโครงการทวายจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัวราว 10% ที่ดินกาญจน์พุ่ง 100% สำหรับความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นของ”ภาคตะวันตกของไทย เชื่อมโยง AEC ได้อย่างไร” นั้น นายสรรเพชญ ศลิษฎร์อรรถกร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่าขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของราคาที่ดินในกาญจนบุรีมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้นจากพื้นฐานเฉลี่ยไร่ละ 1 แสนบาทเป็น 2 แสนบาทหรือเพิ่มขึ้นราว 100% บางพื้นที่ปรับจากหลักหมื่นเป็นหลักแสน เช่น จากไร่ละ 4 หมื่นบาท ปรับเป็น 2 แสนบาท โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณดำนพุน้ำร้อน จากนักลงทุนเข้ามาซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไรขณะที่โครงการทวายจะกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก เป็นแหล่งอุตสาหกรรมด้านพลังงาน อุตสาหกรรมหนักรวมถึงยังจะเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของการขนส่งทางอากาศ รถไฟ ระบบท่อก๊าซเชื้อเพลิง เรือขนถ่ายสินค้า ตลอดจนทางรถยนต์และรถบรรทุกด้วยและที่สำคัญยังจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอาเซียน สำหรับการเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่AEC ธุรกิจการบริการและการท่องเที่ยวจะมีมูลค่าการเติบโต เพราะจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปพม่ามากขึ้น เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่คือทะเลอันดามันประกอบกับชาวพม่าก็จะมีการเดินทางเข้าไทยโดยผ่านดำนพุน้ำร้อนมากขึ้น ทั้งกลุ่มที่มาท่องเที่ยว นักลงทุนและแรงงาน จะส่งผลให้เกิดการลงทุนด้านการท่องเที่ยว โรงแรมร้านอาหาร และธุรกิจการขนส่งอื่นๆมากขึ้นในภูมิภาคตะวันตกของไทยและการเข้าไปลงทุนด้านการท่องเที่ยวในประเทศพม่าได้ประโยชน์ต้องต่อยอด ส่วนอีกมุมมองหนึ่งของนายทรงวุฒิ ศีลแดนจันทร์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีบอกว่าจังหวัดกาญจนบุรีจะไม่ได้อะไรเลยจากโครงการทวาย หากไม่มียุทธศาสตร์ที่ดีอาจจะกลายเป็นว่าสภาพแวดล้อมแย่ลงไปซึ่งเมื่อมองในมิติด้านท่องเที่ยวและมองแบบตื้นๆ ทวายเกิด กาญจนบุรีจะดี ดีแน่นอนถ้ามีการต่อยอดที่ดีทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวคือการสร้างจุดแข็งให้มาพักที่กาญจนบุรีแล้วจัดโปรแกรมทัวร์พาเที่ยวทวาย อำนวยความสะดวกเรื่องผ่านแดน ซึ่งไทยจะสามารถชิงความได้เปรียบในเบื้องต้น 5 ปีแรกเนื่องจากโรงแรมที่พักในทวายอาจจะรองรับได้ไม่เพียงพอเตรียมงานก่อสร้างเฟส 1

ขณะเดียวกัน “ฐานเศรษฐกิจ” ได้มีโอกาสเข้าไปสำรวจที่ทำการชั่วคราวของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด(มหาชน) ซึ่งอยู่ใกล้จุดผ่านแดนชั่วคราวบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเกำ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี รวมถึงสำรวจบริเวณชายแดนไทย-พม่า ที่จะสร้างถนนเชื่อมโยงระหว่าง 2 ประเทศ โดย นายวสันต์ ตรีสุวรรณ วิศวกรโครงการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่าโครงการทวายจะช่วยลดระยะทางการเดินเรือจากที่จะต้องอ้อมไปช่องแคบมะละกา ทั้งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง และจะเป็นจุดยุทธศาสตร์ขนส่งระดับโลก โดยจะมีแผนเชื่อมโยงทั้งทางรถยนต์และรถไฟโครงการทวายยังมีเส้นทางเชื่อมต่อไปยังประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Greater Mekong Subregion : GMS)ได้แก่ พม่า ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนามซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจได้ดี โดยพื้นที่ของทวายมีราว 1.5แสนไร่ แบ่งออก เป็น 3 ส่วน ได้แก่ อุตสาหกรรมหนัก กลาง และย่อม มีวงเงินลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานในเบื้องต้นราว2.7แสนล้านบาท แบ่งการลงทุนออกเป็น 2 เฟส ซึ่งเฟสที่ 1 เป็นการลงทุนถนน 8 เลน ท่าเรือน้ำลึกและโรงไฟฟ้า โครงการถลุงเหล็กและเหล็กรีดร้อน โครงการปิโตรเลียมคอมเพล็กซ์ โครงการโรงกลั่นน้ำมันและโรงแยกก๊าซ และโครงการก่อสร้างโรงปุ๋ยเป็นต้น โดยโครงการทั้งหมดยังอยู่ในขั้นเตรียมงานก่อสร้างแต่ยังไม่เริ่มก่อสร้างนอกจากนี้โครงการทวายยังมีแผนการก่อสร้างโรงแรม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์และที่พักคนงาน ซึ่งจะรองรับได้ราว 2-3แสนคน และคาดว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ โดยทวายจะโดดเด่นในด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมที่คนพม่ายึดมั่นมาก

สำหรับที่พักในทวายขณะนี้มีอยู่ราว 4-5 แห่ง และเป็นขนาดเล็กเหมือนเกสต์เฮาส์ อย่างไรก็ ดีโครงการทั้งหมดคาดว่าจะเสร็จสิ้นในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 โดยในปี 2559 จะเปิดให้ใช้ถนน 4 เลนก่อน โครงการมีอายุสัมปทาน 60 ปี และสามารถต่อเพิ่มได้อีก 15 ปี ทั้งหมดเป็นกลยุทธ์การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของไทย-พม่าจากโครงการก่อสร้างโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวายที่จะเกิดขึ้น

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC ที่มา, ความหมาย, การท่องเที่ยว,การเดินทาง โดยจะพูดถึง Tourism Transportation เป็นหลัก