Economy and Investment

โอกาสของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง,สินค้าสำหรับโรงแรมและร้านอาหาร ในลาว

by ดวงกมล บูรณสมภพ

สิ่งหนึ่งที่ได้พบจากการศึกษาวิถีชีวิตของประชาชนลาวในนครหลวงเวียง จันทร์ คือ ค่าครองชีพในนครหลวงเวียงจันทร์ค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย โดยตัวชี้วัดค่าครองชีพอย่างหนึ่งคือ เฝอ โดยเฝอ 1 ชาม มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 60 บาท ไปจนถึง 100 บาทเลยทีเดียวในขณะที่รายได้ของคนลาวนั้นค่อนข้างต่ำ เช่น พนักงานของรัฐระดับปฏิบัติการ ได้รับเงินเดือนเพียง 1,500 บาทเท่านั้น เหตุที่ราคาเฝอสูงเช่นนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวัตถุดิบในการประกอบอาหาร บางอย่างต้องนำเข้ามาจากประเทศไทย เป็นสาเหตุให้ประชากรวัยทำงานชาวลาว นิยมนำอาหารกลางวันจากบ้านมารับประทานเอง มากกว่าไปรับประทานตามร้านหรือศูนย์อาหารต่าง ๆ

ในนครหลวงเวียงจันทร์ ยังไม่มีห้างค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ หรือไฮเปอร์มาร์เก็ต มีแต่ตลาดสดและร้านค้ารายย่อยเท่านั้น นอกจากนี้ จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการชาวไทย ที่ไปประกอบกิจการร้านอาหารในนครหลวงเวียงจันทร์ พบว่า นอกเหนือจากอาหารสดแล้ว ผู้ประกอบการวัตถุดิบในการประกอบอาหารหลายอย่างไม่สามารถหาซื้อได้จากร้าน ค้าท้องถิ่น แต่จะมีผู้ประกอบการค้าปลีก-ค้าส่ง ในจังหวัดหนองคาย รับสั่งซื้อและนำไปส่งในฝั่งเวียงจันทร์ ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง เพราะรวมค่าขนส่ง ส่งผลให้อาหารมีราคาสูงตามไปด้วย

ในปี 2553 มูลค่าตลาดค้าปลีกค้าส่งในประเทศลาว มีมูลค่าอยู่ที่ 44,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้สาเหตุหนึ่งอาจมาจากภาคการท่องเที่ยวและบริการที่ขยายตัวอย่างต่อ เนื่อง โดยข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (Thai Trade Center) ณ นครหลวงเวียงจันทร์ ระบุว่า ธุรกิจบริการที่มีศักยภาพ และน่าลงทุน ได้แก่ โรงแรมและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว, สปา, ร้านอาหาร และ แฟรนไชส์ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว จะได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษจากรัฐบาล

สปป.ลาว มีรายได้จากภาคการท่องเที่ยว ประมาณ 9 พันล้านบาทในปี 2553 โดยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ภายในเวลา 5 ปี ซึ่งถือว่ามีการเติบโตสูง ทั้งนี้เนื่องจากรัฐบาลลาว ให้การสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และในหลายภูมิภาคของลาวก็ยังมีแหล่งท่องเทียวเชิงธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวหลายแห่ง แน่นอนเมื่อธุรกิจการท่องเที่ยวและร้านอาหารมีการขยายตัว สิ่งที่ตามมาก็คือ ความต้องการสินค้าโดยเฉพาะอาหาร เพื่อซัพพลายแก่ธุรกิจเหล่านี้ จึงเป็นโอกาสสำหรับทั้งธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง และ ธุรกิจจำหน่ายสินค้าให้แก่ โรงแรม รีสอร์ต และภัตตาคาร (Hotel Restaurant Café Supply, HORECA)

จำนวนโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวหลักเช่น นครหลวงเวียงจันทร์และหลวงพระบาง มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในระยะ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2548-2552 มีการเติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 50% รวมทั้งยังมีรีสอร์ตและเกสท์เฮ้าส์สำหรับนัก ท่องเที่ยวอีกกว่า 400 แห่ง และ ภัตตาคาร ร้านอาหารต่าง ๆ อีกกว่า 200 แห่ง ทำให้ต้องนำเข้าสินค้าต่าง ๆ จากประเทศไทย โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูปต่าง ๆ เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ดี ปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการที่สนใจจะประกอบธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งในประเทศลาว จำเป็นต้องพิจารณา คือ ต้นทุนและราคาขาย เพราะหากมีข้อได้เปรียบทางด้านราคา เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมทั้งผู้ประกอบการจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น หนองคาย และอุดรธานี เนื่องจากลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการต่าง ๆ ก็จะเลือกใช้ช่องทางซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อลดต้นทุนทั้งด้านราคาและค่าขนส่ง ส่วนลูกค้าภาคครัวเรือน ก็จะได้ซื้อสินค้าในราคาที่ถูกลง เพื่อลดค่าครองชีพอีกด้วย

คณะนักวิจัย ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจอีสาน ขอขอบคุณ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (Thai Trade Center) ณ นครหลวงเวียงจันทร์, ผู้อำนวยการ ฝ่ายกฎหมายและภาษี บริษัท ไพรซ์ วอเตอร์เฮ้าส์ คูเปอร์ส (ลาว) จำกัด สำนักงานเวียงจันทร์ และ Assoc. Prof. Phouphet Kyophilavong, Ph.D. รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ที่กรุณาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่การศึกษาครั้งนี้ด้วย

โอกาสของธุรกิจค้าปลีก-ค้
 

โอกาสของธุรกิจค้าปลีก-ค้

ดวงกมล บูรณสมภพ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC