Tourism

ห้องเรียนธรรมชาติที่ผืนป่ามรดกโลก"ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" สู่อาเซียน

by ดวงกมล บูรณสมภพ


ผมเคยเขียนถึงปรากฎการณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับผืนป่า"ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" มรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศไทยเราหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง จับตาทางเชื่อมผืนป่ามรดกโลก "เขาใหญ่-ทับลาน" โบว์แดงแสลงใจของใคร ??? หรือเรื่อง กรุณาอย่าดันทุรังขยายถนนปากทางเขาใหญ่ !!! หรือ ใครเอาขาแหย่ล่อ"จระเข้เขาใหญ่" ขอให้โดนงับสักทีสองที พับผ่าเถอะ !!!

       แต่ในฐานะนักดูนกมือสมัครเล่น ยังไม่เคยสักครั้งเดียวที่จะเขียนบล็อกถึงเขาใหญ่ ในฐานะแหล่งดูนกยอดนิยมของฟ้าเมืองไทย วันนี้ขอเขียนถึงเสียที ก่อนที่จะไปเยือน เขาใหญ่ อีกครั้งในช่วงฤดูนกอพยพซึ่งเริ่มต้นในช่วงตุลาคม-มีนาคมของทุกปี

       ระยะเริ่มแรกของการเป็นนักดูนกนั้น ผมขับรถไปเที่ยวเขาใหญ่เป็นว่าเล่น ปีละ 3-4 ครั้ง แวะเวียนไปดูนกตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลายแห่งที่ทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จัดทำไว้ให้ แล้วก็ไปพักค้างแรมบริเวณจุดกางเต๊นท์ "ผากล้วยไม้" ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชุกชุมไปด้วยทากในช่วงปลายฝนต้นหนาว พอตกกลางคืนก็มานั่งล้อมวงเล่าพูดคุยกันถึงเรื่องสนุก ๆ ในวงการดูนก

ลานกางเต๊นท์ผากล้วยไม้

เก้ง สัตว์ป่าที่พบบนเขาใหญ่ได้แทบทุกพื้นที่

กว้างลงกินดินโปร่งตามทุ่งหญ้าริมถนนลาดยาง

      หนังสือแหล่งดูนกทั่วไทยของรุ่งโรจน์ จุกมงคล ให้ข้อมูลว่า เขาใหญ่เป็นแหล่งดูนกยอดนิยมของเมืองไทยมานานหลายสิบปีจนถึงปัจจุบัน เพียงใช้เวลาเดินทางเพียง 3 ชั่วโมงกับระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร คุณจะได้พบกับป่าจำนวนมากมายบนเขาใหญ่ มีจำนวนไม่น้อยเป็นนกหายาก ไม่น่าแปลกใจที่นักดูนกทุกคนต้องเคยไปสัมผัสป่าเขาใหญ่มาแล้ว เพราะป่าแห่งนี้เปรียบเสมือนห้องเรียนแห่งแรกสำหรับฝึกฝนการดูนกป่า

      นักดูนกหน้าใหม่นิยมใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ค้นหานกนานาชนิด หลายคนเคยเห็นนกเงือกครั้งแรกในป่าแห่งนี้ ขณะเดียวกันนักดูนกรุ่นใหญ่ยังหวนกลับไปดูนกในป่าเขาใหญ่เป็นประจำ

      แหล่งดูนกทั่วไทยของรุ่งโรจน์ จุกมงคล ยังระบุว่า จำนวนนกที่พบไม่ต่ำกว่า 350 ชนิด คือ เหตุผลดึงดูดให้นักดูนกทุกคนต้องมาเยือนเขาใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า ดังนั้น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือผืนป่าดงพญาไฟ ในอดีตจึงครองตำแหน่งแหล่งดูนกที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองไทยมาทุกยุคทุกสมัยอย่างไร้ข้อกังขา

      ว่ากันตามตรง แหล่งดูนกในดวงใจของผมยังมีอยู่มากมายหลายแห่ง แต่ถ้าจะให้คัดเลือกกันจริงๆ ก็คงมี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ติดโผอยู่เป็นอันดับต้น ๆ ด้วย ร่วมกับ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ,อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา และ ดอยลาง ป่ารอยต่อพรมแดนไทย-พม่า จุดดูนกหน้าใหม่ที่มาแรงในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา

พังพอน พบบริเวณริมลำธารค่ายกองแก้ว

จระเข้พันธุ์ผสมบริเวณลำธารในเทรลเดินป่าผากล้วยไม้

นกฟินฟุต (Masked Finfoot)

      ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เป็นมรดกโลกแหล่งที่ 5 ของไทย และเป็นอันดับที่ 2 ของมรดกทางธรรมชาติไทย ได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 10-17 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ณ เมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ ประกอบไปด้วย อุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 1 แห่ง กินพื้นที่อยู่ใน 6 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และบุรีรัมย์ มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นราว 3,874,863 ไร่ หรือ 6,155 ตารางกิโลเมตร ถูกเรียกว่าเป็น ผืนป่าตะวันออก ซึ่งเปรียบเทียบกับผืนป่าตะวันตก

      ก่อนจะแปลงสภาพมาเป็นอุทยานแห่งชาติและผงาดขึ้นเป็นมรดกโลกนั้น ป่าดงพยาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่า "ดงพญาไฟ " มีเรื่องให้พูดถึงในแง่มุมต่างๆ มากมาย ทั้งความดุร้ายของสัตว์ป่า ความชุกชุมของสิงสาราสัตว์ ความลี้ลับที่มิอาจพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ แหล่งซ่องสุมของโจรผู้ร้าย ฯลฯ กลายเป็นตำนานป่าที่เล่าขานกันอย่างไม่รู้จบ

      ข้อมูลจากวิกิมีเดีย ระบุว่า ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ แหล่งมรดกโลกผืนนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งแต่ก่อนเป็นป่าดงดิบที่ทึบหนา มีสัตว์มากมาย ทั้ง เสือ กระทิง และช้าง ชุกชุมไปด้วยไข้มาเลเรีย ไม่มีถนนหนทางตัดฝ่าผืนป่า ดั่งเช่นในปัจจุบัน การเดินทางจากกรุงเทพ ไปภาคอีสานนั้น จึงยากลำบากอย่างยิ่ง หลายคนต้องเสียชีวิตด้วยไข้ป่า หรือสัตว์ป่า จนไม่ค่อยจะมีใครกล้าเข้ามาในดินแดนแถบนี้ ผู้คนจึงตั้งชื่อให้ผืนป่าแห่งนี้ว่า "ป่าดงพญาไฟ"

นกขุนทอง (Common Hill Myna)

นกกาฝากปากหนา (Thick-billed Flowerpecker)

นกปรอดเหลืองหัวจุก (Black-crested Bulbul)

นกเอี้ยงถ้ำ (Blue whistling-Thrush)

     คำว่า ป่าดงพญาเย็น นั้น ได้ถูกกล่าวขึ้นเป็นครั้งแรก ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

     หลักฐานจากบทพระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เรื่อง เที่ยวตามทางรถไฟ ได้ทรงเล่าถึงป่าดงพญาไฟไว้ว่า "ดงพญาไฟนี้ เป็นช่องสำหรับข้ามไปมา ระหว่างเมืองสระบุรีกับมณฑลนครราชสีมาแต่โบราณ ไปได้แต่โดยเดินเท้า จะใช้ล้อเกวียนหาได้ไม่ ด้วยทางต้องเดินตามสันเขาบ้าง ตามไหล่เขาบ้าง คนเดินตามปกตินั้นตั้งแต่ตำบลแก่งคอย ต้องค้างคืนในป่านี้ถึง 2 คืน ถึงจะพ้น"

     สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเคยพระราชดำริไว้ว่า ไม่ควรเรียกดงพญาไฟเพราะให้คนครั่นคร้าม จึงทรงกราบทูลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอให้เปลี่ยนชื่อจาก "ดงพญาไฟ" เป็น "ดงพญาเย็น" แต่คนหลายๆคนก็ยังคงเรียกว่า ป่าดงพญาไฟอยู่ดั่งเดิม

     หลังจากมีการสร้างทางรถไฟ และถนนมิตรภาพ จากภาคกลางไปสู่ภาคอีสาน ดงพญาไฟก็ถูกผ่าออกทันที ผู้คนเริ่มที่จะอพยพเข้าไป แล้วถากถางป่าทำไร่ทำนา ทำที่อยู่อาศัย นับตั้งแต่นั้นมา ป่าที่เคยดุร้ายดงพญาไฟ ก็เสื่อมโทรมลงด้วยการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าอย่างรุนแรง และเกิดการล่าสัตว์โดยไม่เว้นวันโดยฝีมือความดุร้ายของมนุษย์

     ความดุร้ายของป่ายากที่จะต้านทานไหว ...

เขาใหญ่เป็นแหล่งดูผีเสื้อที่สำคัญ ในภาพเป็นผีเสื้อหางดาบภูเขา Pathysa agetes

ฝูงผีเสื้อนานาชนิดลงกินแร่ธาตุอาหาร

     ในปี พ.ศ. 2502 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เดินทางไปตรวจราชการในบริเวณดังกล่าว ได้มีโอกาสนั่งเฮลิคอปเตอร์สำรวจป่าและปรากฏว่าจอมพลสฤษดิ์ได้ห่วงกับการทำลายป่าซึ่งมีมากขึ้นทุกวัน จึงมีคำสั่งให้ทางกระทรวงเกษตรและกระทรวงมหาดไทยร่วมกันสำรวจเพื่อจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติ และได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2505 ซึ่งนับว่าเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย

     ต่อมา รัฐบาลในสมัยนั้นจึงได้ยุบตำบลเขาใหญ่และอพยพราษฎรทั้งหมดลงมายังที่ราบเบื้องล่าง

     เวลาขึ้นไปท่องเที่ยวหรือทัศนะศึกษาบนเขาใหญ่ หรือเดินป่าในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เรามักจะพบทุ่งหญ้าคากลางป่านั้น ทุ่งหญ้าเหล่านั้น ก็คือพื้นที่ทำกินของชาวบ้านตำบลเขาใหญ่ในอดีตนั่นเอง

นกโพระดกคอสีฟ้า (Blue-throated Barbet)

นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า (Blue-winged Leafbird) ,ตัวเมีย

นกจาบคาเคราน้ำเงิน (Blue-bearded Bee-eater)

     ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ นอกจากเป็นแหล่งดูนกชั้นนำแล้ว ยังเป็น "ห้องเรียนธรรมชาติชั้นดี"สำหรับผู้ที่สนใจใคร่ศึกษาความเป็นมา-เป็นไปของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น นักวิจัย นักเดินป่า นักนิยมธรรมชาติ นักดูผีเสื้อ นักดูนก นักขี่จักรยาน และนักต่างๆ อีกมากมาย รวมทั้งบุคคลที่ชอบใช้ชีวิตกลางแจ้ง เนื่องจากเป็นระบบนิเวศน์ที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านปริมาณและความหลากหลายของพรรณพืชและพันธุ์สัตว์ป่า

     อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นหนึ่งในจำนวนพื้นที่เพียงไม่กี่แห่งของประเทศที่มีสัตว์ป่าชุกชม เพราะประกอบด้วยถิ่นที่อยู่ และแหล่งอาหารที่เหมาะสมกับสัตว์ป่าเกือบทุกชนิด การสำรวจเบื้องต้นพบว่า มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายประเภท ได้แก่ สัตว์กินเนื้อ 16 ชนิด ช้าง 1 ชนิด สัตว์กีบ 7 ชนิด สัตว์กินแมลง 3ชนิด สัตว์จำพวกลิง 5 ชนิด กระต่าย 1 ชนิด สัตว์จำพวกใช้ฟันแทะ 6 ชนิด และพวกค้างคาวไม่น้อยกว่า 25 ชนิด

     ส่วนสัตว์จำพวกนกมีไม่น้อยกว่า 293 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำประมาณ 70 ชนิด

 

นกกระเบื้องผา (Blue Rockthrush) ,ตัวผู้

นกกระเบื้องคอขาว (White-throated Rock Thrush)

     ผืนป่าเขาใหญ่ เป็นอุทยานแห่งชาติเพียงไม่กี่แห่งที่ยังมีสัตว์ป่าชุกชุมอยู่ เวลาขับรถผ่านทุ่งหญ้าระบัดริมถนน ก็สามารถพบสัตว์เท้ากีบอย่าง เก้ง และ กวาง ได้โดยง่าย แน่นอนว่ามีเก้ง-กว้าง ก็ย่อมมีสัตว์นักล่าอย่าง เสือ ที่มีข้อมูลว่ามีพบออกมาล่าเหยื่อบริเวณหนองผักชีและหนองขิง

     ส่วนสัตว์ขนาดใหญ่อย่าง กระทิง นั้น อยากดูกันจริง ๆ ต้องเข้าไปในป่าลึกกันพอสมควรทีเดียว

     แต่หากอยากดู ช้างป่า ไม่ยากครับ ไม่ยาก ลองขับรถขึ้นเขาใหญ่ทางหน่วยพิทักษ์ป่าเนินยายหอม ฝั่งปราจีนบุรี บ่อยๆ ครับ รับประกันว่าคุณจะได้พบโขลงช้างป่าเดินไปตามถนนลาดยาง หรืออาศัยถนนเป็นทางข้ามเพื่อเดินลงไปตามแหล่งหากินอีกฝากหนึ่งของป่า

     ตอนเจอช้างป่าก็ให้จอดรถนิ่งๆ ดูลาดเลา อย่าได้บีบแตรรถเสียงดัง หรือลงไปไล่ช้างเป็นอันขาด...

     เราขับรถเข้าไปในป่า ถือเป็นแขกผู้ไปเยือน ก็ต้องให้ความเคารพเจ้าถิ่นกันบ้าง ต้องเกรงใจกัน อย่าไปรบกวนสัตว์ป่าเป็นดีที่สุด ตอนนี้รู้หรือยังครับว่า บนเขาใหญ่นั้น... ใครใหญ่ ???

นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง (Common Flameback)

นกหัวขวานด่างท้องดำ (Black-and-Buff Woodpecker)

      นอกจากนั้น จากการสำรวจโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายดาวเทียม ตลอดจนการสำรวจในท้องที่จริง พืชพรรณที่ขึ้นอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ และมีพันธุ์พืชอยู่ถึง 2,000-2,500 ชนิด

        1. ป่าเบญจพรรณ ป่าชนิดนี้ขึ้นอยู่ในระดับความสูง 400-600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ปรากฏอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอุทยานฯ คือในเขตจังหวัดสระบุรี ไม้ที่สำคัญคือ มะค่าโมงแดง ตะแบกใหญ่ ป่าชนิดนี้ได้รับการบุกรุกมาก และควรจะต้องมีระบบจัดการควบคุมที่ดี

       2. ป่าดิบแล้ง ขึ้นอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างราบทางทิศตะวันออก ในเขตจังหวัดนครราชสีมา และปราจีนบุรี มักอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100-400 เมตร ไม้ที่สำคัญได้แก่ มะค่าโมง ยางนา พะยอม ตะเคียนแดง กระเบากลัก และตาเสือ

       3. ป่าดิบชื้น มักพบกระจัดกระจายตั้งแต่ความสูง 400-1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ป่าชนิดนี้พบมากทางด้านตะวันออกของอุทยานฯ ป่าจะมี 3 ระดับชั้น และไม้เลื้อยมากมาย ส่วนไม้พื้นล่างหนาแน่นมาก ไม้ที่สำคัญคือ ไม้ตระกูลยางต่างๆ เช่น ยางนา ยางเสียน ส่วนไม้ชั้นรอง คือ พวกไม้ก่อ อันประกอบด้วย ก่อน้ำและก่อเดือย

ไก่ฟ้าหลังขาว (Silver Pheasant)

        4. ป่าดิบเขา ป่าชนิดนี้เกิดขึ้นในที่สูงๆ หรือบนภูเขาสูง ตั้งแต่ 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ไม้ส่วนมากเป็นพวก gymnosperm ได้แก่ พญาไม้ ขุนไม้ และสนสามพันปี นอกจากนี้มีไม้พวกตระกูลก่อ คือ Lithocarpus sp. และ Quercus sp. ขึ้นอยู่ พวกไม้ชั้นที่สอง ได้แก่ เป้ง สะเดาช้าง และขมิ้น เป็นต้น

        5. ป่าหญ้า ป่ารุ่น หรือป่าเหล่า ป่าพวกนี้เกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การทำไร่เลื่อนลอย และการตัดถนนในพื้นที่อุทยานฯ พันธุ์พืชที่พบมากในทุ่งหญ้าคือ หญ้าคา พง เลา และแขมหลวง นอกจากนี้ยังพบไม้เนื้ออ่อนขึ้นอยู่คือ พวกปอหูและปอฟาน ในพื้นที่ซึ่งไม่มีไฟรบกวน พวกพรรณไม้ป่าจะบุกรุกเข้าไปในทุ่งหญ้าอย่างเห็นได้ชัด

นกจับแมลงอกสีฟ้า (Hainan Blue Flycatcher)

นกพญาปากกว้างลายเหลือง (Banded Broadbill)

นกพญาปากกว้างหางยาว (Long - tailed Broadbill)

      จุดดูนกที่สำคัญของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น ก็เดินกันดูตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่กระจายอยู่ทั่วอุทยานแห่งชาตินั่นแหละครับ ทั้งบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ค่ายพักแรม สถานที่ท่องเที่ยวที่มีจุดชมวิวและน้ำตกให้ทัศนากันอย่างรื่นรมย์

       ให้เจาะลึกกันแบบคอดูนกกันหน่อย ก็ชี้พิกัดลงไปแถวค่ายกองแก้ว ลานกางเต้นท์ผากล้วยไม้ จุดชมวิวผาเดียวดาย และ จุดชมวิวเขาเขียว

       เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ได้รับความนิยมจากนักดูนก ซึ่งนอกจากมีนกนานาชนิดให้ชมแล้วยังได้รับความเพลิดเพลินจากวิวสองข้างทาง ก็อาทิเช่น ป่าดงดิบของเขาใหญ่ จากที่ทำการอุทยาน - หอดูสัตว์หนองผักชี, สายน้ำแห่งชีวิต จากที่พักแรมผากล้วยไม้ - น้ำตกผากล้วยไม้ - น้ำตกเหวสุวัต, ความรักแห่งนกเงือก กม.33 - จุดจอดรถหนองผักชี, เรื่องของชะนีที่เขาใหญ่ ที่ทำการอุทยาน - ดงติ้ว - มอสิงโต, พงไพร และสายน้ำ ที่ทำการอุทยานฯ - น้ำตกเหวประทุน- น้ำตกเหวไทร - น้ำตกเหวสุวัต

       จะว่าไปแล้ว วิธีดูนกที่สะดวกสบายที่สุดบนเขาใหญ่ ให้เดินไปตามถนนลาดยางนั่นเอง แม้ว่าการดูนกในป่าจะมีโอกาสทำให้เราพบนกได้ง่ายกว่า แต่ความรกทึบของแมกไม้ ย่อมทำให้มองหานกได้ยากกว่าสองฟากถนน การดูนกริมถนนจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ

      จุดดูนกที่ผมชอบมากที่สุดถึงที่สุด ก็คือ บนเขาเขียว ด้วยระดับความสูง1,292 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้เขาเขียวเป็นแหล่งดูนกบนภูเขาสูงที่อยู่ใกล้กรุงเทพมหานครมากที่สุด ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงภาคเหนือ

       นอกจากนั้น วิวบนเขาเขียว สวยเด็ดขาดมากโดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาว มองเห็นหมอกเคลียคลอทิวเขาสลับซับซ้อน มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมทะเลหมอกบนเขาเขียวกันไม่น้อยเลยทีเดียว

       ความจริง ผมมีเรื่องจะเขียนถึงสถานการณ์บนเขาใหญ่และผืนป่าบริเวณโดยรอบอีกมาก แต่ขอเก็บไว้ก่อน

       ...เพราะมีลางสังหรณ์ว่า ในเร็วๆนี้เขาใหญ่และสัตว์ป่าบนเขาใหญ่ คงต้องเผชิญหน้ากับการถูกคุกคามอีกระลอกใหญ่จากน้ำมือมนุษย์โดยอ้างถึงการพัฒนาโครงการด้านพลังงานหลังจากโดนกระทำมาหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ตัดไม้ ทำลายป่า ล่าสัตว์ บุกรุกสร้างบ้าน สร้างรีสอร์ท ตัดถนน ทำเกษตรกรรม สร้างเขื่อน สร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างสนามกอล์ฟ กระทั่งเคยถูกเสนอให้เพิกถอนฐานะการเป็นอุทยานแห่งชาติ ก็เคยมีมาแล้ว...

---------------------

ดวงกมล บูรณสมภพ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC