Economy and Investment

อาเซียน+6 เปิดโอกาสการค้าไทย แนะเอสเอ็มอีเสริมแกร่งพร้อมลุย

by ดวงกมล บูรณสมภพ

อาเซียน+6 เปิดโอกาสการค้

        กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศชี้ อาเซียน+6 เขตการค้าเสรีใหญ่ที่สุดในโลกดันไทยศูนย์กลางเอเชีย-ลอจิสติกส์ เผยตัวเลขการค้าสูงกว่า 17 ล้านเหรียญสหรัฐ 9 เดือนแรกการค้าไทยกับ 6 พันธมิตรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงโอกาสทางการค้าของไทยภายใต้การจัดทำความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจ ระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership หรือเรียกว่า“RCEP”) หรืออาเซียน+6 ว่า เป็นความตกลงที่จะพัฒนาต่อยอดจากความตกลงการค้าเสรีที่อาเซียนมีอยู่ 5 ฉบับ กับ 6 ประเทศ (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย) ให้เป็นความตกลงการค้าเสรีร่วมกันฉบับเดียว โดยมีอาเซียนเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ครอบคลุมทุกมิติการค้า (สินค้า บริการ ลงทุน มาตรการการค้า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ) หากการเจรจาประสบความสำเร็จ RCEP จะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนของภาคเอกชนได้มากยิ่งขึ้น
       
       
ทั้งนี้ ความตกลงจะมีผลกระทบสูงต่อภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ด้วยขนาดตลาดที่ใหญ่รวมกัน 3,358 ล้านคน และสัดส่วนการค้าที่มีมูลค่าเศรษฐกิจรวมกันสูงถึงกว่า 17.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นกว่าร้อยละ 20 ของเศรษฐกิจโลก และคาดว่าจะเจรจาให้แล้วเสร็จในปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
       
       จากสถิติการส่งออกในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค.- ก.ย.) ไทยส่งออกไปอาเซียนคิดเป็นมูลค่า 42,470 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รองลงมาเป็นการค้าระหว่างไทยกับจีน 20,128 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 0.19% ญี่ปุ่น 17,709 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 4.6% ออสเตรเลีย 7,156 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 11.5% อินเดีย 4,017 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 1.07% เกาหลีใต้ 3,650 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 0.27% และนิวซีแลนด์ 752 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 11.4%
       
       ส่วนการนำเข้าในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค.-ก.ย.) ไทยนำเข้าจากอาเซียนคิดเป็นมูลค่า 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รองลงมาเป็นการนำเข้าจากญี่ปุ่น 36,168 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 12.6% จีน 27,226 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 11.6% อินเดีย 2,306 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 0.68% เกาหลีใต้ 6,572 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง -7.3% ออสเตรเลีย 4,327 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 33.4% และนิวซีแลนด์ 465 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 9.3%
       
       นางศรีรัตน์กล่าวเพิ่มเติมถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาและส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศของไทยในตลาดเออีซีว่า จะเพิ่มการพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจการค้าระหว่างประเทศให้มี สมรรถนะ ความพร้อม และศักยภาพในการขยายธุรกิจสู่ตลาดเออีซี รวมทั้งเป็นแหล่งการลงทุน หรือแหล่งปัจจัยและวัตถุดิบในการผลิตเพื่อการบริโภคภายในกลุ่มเออีซี และตลาดโลก ได้แก่ สร้างและเพิ่มสมรรถนะให้แก่ผู้ประกอบการฯ สินค้าและธุรกิจบริการที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการขยายธุรกิจไปสู่ ภูมิภาคอาเซียน
       
       ส่วนการสร้างโอกาสและช่องทางการเข้าสู่ตลาดอาเซียนกับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีและ/หรือผู้ประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศรายใหม่ๆ สร้างพันธมิตรเครือข่าย เรียนรู้ประสบการณ์จากผู้ประกอบการที่มีความชำนาญในตลาดอาเซียน รวมทั้งสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีก ส่งเสริมการขยายการลงทุนระหว่างไทยกับอาเซียนในภาคการผลิตที่มีการเปิดเสรี การลงทุน ได้แก่ การเกษตร ประมง ป่าไม้ เหมืองแร่ และภาคอุตสาหกรรม จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อแสวงหาโอกาสในการลงทุน การพัฒนาระบบการเชื่อมโยงการนำข้อมูลจากฐานข้อมูลการค้า การลงทุนอาเซียน เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อได้เปรียบและข้อด้อยในการกำหนดชี้ช่องและโอกาสทาง ธุรกิจในตลาดอาเซียน


ดวงกมล บูรณสมภพ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC