Related Articles

สรรพากรยกเครื่องภาษีรับAEC จี้ฝ่ายนโยบายสร้างแรงจูงใจกันสมองไหล

by ดวงกมล บูรณสมภพ

สรรพากรยกเครื่องภาษีรับA

นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงประเด็นเรื่องของการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้น ในปี2558 เกี่ยวกับการจัดเก็บอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาว่า อาจเกิดอุปสรรคขึ้นบ้างแต่คงไม่มากมายเท่าใดนัก เนื่องจากที่ผ่านมาแต่ก่อนมีแนวคิดที่ว่าอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษี มูลค่าเพิ่มควรจะมีอัตราใกล้เคียงกันส่วนอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาควรจะ มากกว่าภาษีนิติบุคคลเล็กน้อย แต่ปัจจุบันนี้ ทุกคนยอมรับว่าอัตราภาษีทั้งหมดไม่จำเป็นต้องอิงกันอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ทั้งนี้ การพิจารณาอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นหากมองในแง่ของการแข่งขันจะต้อง กำหนดอัตราสูงสุดที่เท่าไหร่ เพราะทั่วโลกเองจะตั้งอัตราสูงสุดไว้ที่อัตราเดียวแต่หากมองในแง่ของการ กระจายรายได้ จะต้องกำหนดอัตราต่ำสุดพร้อมกับต้องเพิ่มอัตราสูงสุดด้วยแต่ขณะนี้ยังมีความ คิดที่ขัดแย้งกันเองทั้งการแข่งขันและการกระจายรายได้ ดังนั้นกรมจึงได้เสนอทางเลือกที่เป็นกลาง คือลดอัตราสูงสุดลงมาบ้างและขยับลดอัตราต่ำทุกระดับแต่ให้มีความถี่ของอัตรา มากขึ้นเช่น 10, 15, 20, 25, 30 ไม่ใช่จาก 10, 20,30ถือว่าจะเป็นการได้รับลดภาษีทุกขั้นตอนแต่อัตราสูงสุดยังเสมือนดูลดลง ไม่มากแต่ผู้ที่เสียอัตราสูงก็ได้รับอานิสงส์คิดเป็นเม็ดเงินที่ลดลงมากพอ สมควร โดยที่ร่างขยายฐานยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก 1.5 แสนบาทต่อปี เป็น 2 แสนบาทต่อปี ให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนองรมว.คลัง พิจารณาผลกระทบและอัตราที่เหมาะสมซึ่งจะต้องสอดรับกับการปรับลดการหักลด หย่อนภาษีจากไม่เกิน 7 แสนบาทเหลือไม่เกิน5แสนบาทไม่เช่นนั้นหากลดอัตราสูงของฐานภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดา คนรวยก็ยังได้เปรียบ

ส่วนการพิจารณาประเด็นการเปิดเสรีการค้าอาเซียนแล้วไทยยังแข่งขันได้กับ ต่างประเทศหรือไม่นั้นกรมได้เปรียบเทียบดูแล้วในแง่ของอัตราภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา ปัจจุบันยังแข่งขันได้ เพราะขณะนี้ยังมีเพียง 6 อาชีพเท่านั้นที่จะสามารถเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรี ได้แก่ วิศวกรรม, การสำรวจ, สถาปัตยกรรม,แพทย์, ทันตแพทย์ และพยาบาล ดังนั้นฝ่ายนโยบายยังต้องวิเคราะห์ต่อไปด้วยว่าจะจูงใจ 6 อาชีพนี้ให้ทำงานอยู่ในไทยได้อย่างไร และควรจะได้รับสิทธิประโยชน์แรงจูงใจอะไรบ้างทั้งในแง่ของภาษีและที่ไม่ใช่ ภาษี ซึ่งกรมสรรพากรกำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่เช่นกัน

ความคืบหน้าเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รมว.คลังกำลังพิจารณาประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติมว่ารัฐสูญเสียรายได้เท่าไหร่ เพียงพอกับการจัดเก็บรายได้หรือไม่ ขยับลดได้แค่ไหนที่จะไม่กระทบฐานะการคลังของรัฐ นายสาธิต ประเด็นที่สำคัญขณะนี้อยู่ที่กรม ต้องหารายได้เพิ่มมากกว่าเพราะหากได้เครื่องมือที่ช่วยขยายฐานรายได้จริง แล้วจะทำให้สามารถลดอัตราภาษีทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคล ลงได้อีก โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย อย่างไรก็ตามกรมยังต้องรอให้มีกลไกหรือเครื่องมือที่ช่วยขยายฐานรายได้ที่ สมบูรณ์ก่อนเพราะหากรีบขยับอัตราภาษีเกินไปจะทำให้กรมต้องมีภาระเรื่องราย ได้แน่นอน ซึ่งก่อนหน้านี้กรมได้เสนอของบลงทุนระบบเครื่องมือช่วยขยายฐานภาษี ได้แก่ โครงการพัฒนาระบบการยื่นรายงานประกอบแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มและระบบ ข้อมูลการทำธุรกรรมเงินสดใช้งบลงทุนประมาณ 2 พันล้านบาทโดยตั้งเป้าช่วยขยายฐานรายได้ภาษีเพิ่มขึ้น3-4 แสนล้านบาทในปีแรกแต่ยังต้องรอรัฐบาลอนุมัติงบซึ่งคาดว่าต้องใช้เงินกู้ เพราะงบประมาณปี2556 ได้ผ่านการอนุมัติไปแล้ว

นอกจากนี้หากรัฐบาลอนุมัติงบและผ่านกระบวนการประมูลกำหนดสเปกและทดลอง ระบบ คาดว่าจะเริ่มได้ในอีก5-6เดือนข้างหน้าและล่าสุดภายในเดือนพฤศจิกายนนี้กรม จะลงนามบันทึกสัญญา ร่วมกับสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อแลกเปลี่ยน และเรียนรู้ระบบภาษีร่วมกันหลังจากที่กรมได้เดินทางไปศึกษาดูงานมาปรับใช้ กับประเทศไทย

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวกับ”ฐานเศรษฐกิจ”ว่าก่อนหน้านี้ได้มีการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล แล้วโดยขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับอัตราภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาให้เป็นภาระกับผู้มีรายได้น้อยในอัตราที่ลดลงและปรับโครงสร้าง อัตราที่เหมาะสม รวมถึงลดค่าลดหย่อนที่นำไปหักภาษีสะท้อนความจำเป็นแท้จริงจากปัจจุบันที่มี มากกว่า 18-19 รายการซึ่งอาจปรับลดลงโดยรมว.คลังกำลังพิจารณาผลกระทบในแต่ละโมเดลและยังไม่ ได้ตัดสินใจเพราะขณะนี้ก็ต้องการให้อัตราภาษี ค่อนข้างนิ่งก่อนซึ่งอาจต้องรอพิจารณา ในช่วงต้นปีหน้าเนื่องจากรัฐบาลต้องระวังเรื่องผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ ยุโรป

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ดวงกมล บูรณสมภพ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC