Related Articles

เบอร์ลี่ฯเปิดพันธมิตรเวียดนามต้นปี56

by ดวงกมล บูรณสมภพ



เบอร์ลี่ฯเปิดพันธมิตรเวี

       นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) (BJC) กล่าวว่า บริษัทจะเปิดตัวพันธมิตรใหม่ในส่วนศูนย์กระจายสินค้าที่เวียดนามได้ภายในไตร มาส 1/2556 เนื่องจากขณะนี้สามารถเจรจาจบแล้ว รอการประเมินใส่เงินเพิ่มทุนว่าจะเป็นจำนวนเท่าใด แต่ไม่สูงมาก ซึ่งการมีพันธมิตรจะช่วยให้มีช่องทางกระจายสินค้าให้กับบริษัทเพิ่มขึ้น และจะสะท้อนผลประกอบการในปีหน้า แม้ว่าในปีนี้ธุรกิจในเวียดนามจะเป็นตัวกดดันกำไรบริษัท แต่คาดว่าปีหน้าสถานการณ์จะดีขึ้น

"สถานการณ์เวียดนามสถานการณ์ 9 เดือนแรก สภาพคล่องหายไปสังเกตจากคู่ค้า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เวียดนามค่อนข้างสูง 15% แบงก์ปล่อยสินเชื่อยากทำให้คนไม่ยอมใช้เงิน สภาพตลาดเงียบ อสังหาริมทรัพย์ก็ชะลอตัว มีปัญหาการเมือง และรัฐวิสาหกิจเปลี่ยนผู้บริหารทำให้บรรยากาศโดยรวมไม่ค่อยดี ทำให้ธุรกิจสร้างรายได้ไม่มาก ปัจจุบันบริษัทมีรายได้ประเทศดังกล่าว 10% แต่ปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการมีศูนย์กระจายสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งค้าปลีกและช่องทาง" กรรมการผู้จัดการใหญ่กล่าว

เขากล่าวว่าภาพรวมผลประกอบการปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีกำไรอยู่ที่ 2.4 พันล้านบาท โดยในไตรมาส 4/2555 คาดว่าจะมีกำไร 600 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทได้มีการประเมินแผนลงทุน 5 ปีคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 6 พันล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายกำลังการผลิตโดยคาดว่าอนาคตจะมีการขยายกำลังการผลิตโรงงาน ผลิตขวดแก้ว 4.5 พันล้านบาท โรงผลิตกระดาษทิชชู 1.5 พันล้านบาท

ภาพรวมการเติบโตปีหน้าอยู่ที่ 15-20% โดยเฉพาะธุรกิจอุปโภคบริโภคจะมีการเติบโตสูงสุด จากปัจจุบันมีสัดส่วนที่ 30%ของรายได้รวม เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่รัฐบาลในประเทศมีการกระตุ้นการบริโภคมากขึ้น รวมถึงการเติบโตของตลาดอาเซียน ขณะที่การลงทุนในพม่า การเติบโตที่ร้อนแรงทำให้บริษัทรู้สึกกังวลในการจะเข้าไปลงทุน จึงต้องรอดูความชัดเจน ซึ่งบริษัทยังเชื่อว่าตลาดไทยน่าจะทำให้ธุรกิจหลักๆ เติบโต

รวมทั้งบริษัทได้มีการปรับโครงสร้างสายการผลิตภัณฑ์ใหม่เป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบรรจุภัณฑ์ พลาสติก เวชภัณฑ์ กลุ่มเทคนิค กลุ่มค้าปลีก ธุรกิจต่างประเทศ และกลุ่มประสานงานสนับสนุนธุรกิจ ซึ่งการปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นการดำเนินการภายในให้ชัดเจน แต่ไม่ได้มีผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท

สำหรับการบริหารในด้านวัตถุดิบของบริษัท ได้มีการซื้อป้องกันความเสี่ยงไว้แล้ว โดยเฉพาะน้ำมัน เมื่อราคาน้ำมันอ่อนตัวลงมา บริษัทก็ได้ซื้อป้องกันความเสี่ยงไว้ที่ราคาประมาณ 70-80 ดอลลาร์ แต่สิ่งที่ต้องติดตามก็คือปัญหาความขัดแย้งตะวันออกกลาง ซึ่งอาจจะทำให้ราคาพลังงานมีความผันผวน และวัตถุดิบบางตัวบริษัทก็สามารถปรับราคาตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้

ส่วนกรณีการเปิดตลาดอาเซียน บริษัทน่าจะได้รับประโยชน์ เนื่องจากบริษัทมีการเตรียมความพร้อมด้านช่องทางกระจายสินค้าไว้ให้มากที่ สุด เพราะว่าต้องการให้แบรนด์ไทยเป็นแบรนด์อาเซียน และอาเซียนเป็นตลาดที่ใหญ่

ใน การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 15-20 พ.ย. 2555 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ได้มีพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาของอาเซียน หรือที่เรียกว่า ASEAN Agreement on the Movement of Natural Persons (MNP) ในวันที่ 17 พ.ย. 2555 ที่ผ่านมา โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจของอาเซียน 10 ประเทศร่วมลงนาม ความตกลงนี้ จัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายบุคลากรชั่วคราวที่เกี่ยวข้อง กับการดำเนินการด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งการเคลื่อนย้ายบุคลากชั่วคราวนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการค้าบริการภายใต้ ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน หรือที่เรียกว่า ASEAN Framework Agreement on Trade in Services (AFAS)
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สาระสำคัญของความตกลง MNP โดยความตกลงฉบับนี้จะมีผลพูกพันให้ไทยต้องเปิดเสรีการเคลื่อนย้ายบุคคลใน สาขาบริการเฉพาะเท่าที่ระบุไว้ในข้อผูกพันเท่านั้น โดยข้อผูกพันจะระบุประเภทของบุคลากรที่ประเทศสมากชิกอนุญาตให้เข้าไปให้ บริการได้ รวมถึงระยะเวลาในการให้เข้าเมืองชั่วคราวหรือพำนักชั่วคราวและเงื่อนไขอื่นๆ เกี่ยวกับการอนุญาตทำงาน ซึ่งในส่วนของไทยจะอนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายบุคคลากรเพียง 2 ประเภทเท่านั้น ภายใต้ความตกลงนี้ คือ
1. ผู้เยี่ยมเยือนทางธุรกิจ (Business Visitor) ซึ่งหมายถึงบุคคลธรรมดาที่จะเข้ามาพำนักในไทยด้วยวัตถุประสงค์ด้านประชุม หรือติดต่อทางธุรกิจเข้าร่วมสัญญาซื้อหรือขายบริการ เยี่ยมเยือนธุรกิจที่จัดตั้ง และจัดตั้งธุรกิจในไทย หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน โดยการพำนักดังกล่าวจะอนุญาตในขั้นต้นไม่เกิน 90 วัน และอาจขยายระยะเวลาได้รวมไม่เกิน 1 ปี

2. ผู้โอนย้ายภายในบริษัท (Intra Corporate Transferee) ซึ่งหมายถึงผู้โอนย้ายระหว่างบริษัทในเครือในระดับผู้บริหาร ผู้จัดการ หรือผู้เชี่ยวชาญ โดยบุคคลนั้นต้องได้รับการจ้างโดยบริษัทดังกล่าวนอกประเทศไทยมาเป็นเวลาไม่ น้อยกว่า 1 ปี ก่อนดำเนินการเข้ามาในไทย และต้องผ่านเงื่อนไขความจำเป็นด้านการจัดการของกรมการจัดหางาน โดยการพำนักดังกล่าวจะอนุญาตไม่เกิน 1 ปี และอาจขยายระยะเวลาได้อีก 3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี
การอนุญาตข้างต้นครอบคลุมการเคลื่อนย้ายบุคคลากรใน 25 สาขา ดังต่อไปนี้ (1) บริการวิศวกรรม (2)บริการคอมพิวเตอร์ (3)บริการวิจัยและพัฒนา (4)บริการให้เช่า (5)บริการด้านโฆษณา (6)บริการวิจัยตลาดและสำรวจความเห็น (7)บริการด้านบริการจัดการ (8)บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร (9)บริการที่เกี่ยวเนื่องกับประมง (10)บริการที่เกี่ยวเนื่องกับปุาไม้ (11)บริการที่เกี่ยวเนื่องกับเหมืองแร่ (12) บริการที่ปรึกษา (13) บริการซ่อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ (14)บริการการแปล (15)บริการจัดประชุม (16)บริการด้านโทรคมนาคม (17) บริการผลิตสื่อวิทยุและโทรทัศน์ (18) บริการก่อสร้าง (19)บริการด้านการศึกษา (20) บริการด้านสิ่งแวดล้อม (21) บริการด้านการเงิน (22)บริการด้านสุขภาพ (23)บริการด้านโรงแรม (24) บริการด้านกีฬา และ (25)บริการด้านการขนส่ง
ความตกลง MNP  (หากมี) ต่อเลขาธิการอาเซียน ซึ่งจะต้องไม่เกิน 180 วัน หลังจากวันที่ได้ลงนามในความตกลง ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อแรงงานของไทย เนื่องจากข้อผูกพันที่ปรากฎเป็นไปตามความพร้อมและความสมัครใจของประเทศ สมาชิก ดังนั้น ไทยสามารถเลือกผูกพันให้มีการเข้ามาทำงานได้ในประเภทและสาขาที่มีความพร้อม ได้หรือขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐนั่นเอง ซึ่งในส่วนของไทย ข้อผูกพันทั้งหมดไม่เกินกว่าขอบเขตของกฎหมายไทยและสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ ไทยใช้ในการอนุญาตให้เข้ามาทำงานในปัจจุบันอยู่แล้ว รวมทั้งไม่มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาแรงงานต่างด้าวประเภทกรรมกรหรือรับจ้าง ทั่วไป รวมถึงแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในทางกลับกันจะทำให้การเข้ามาทำงานมีกรอบกติกาที่ชัดเจนและตรวจสอบได้
ที่มา : ไทยโพสต์



อ่านต่อ: http://www.thai-aec.com/620#ixzz2DbUXw35l

ใน การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 15-20 พ.ย. 2555 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ได้มีพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาของอาเซียน หรือที่เรียกว่า ASEAN Agreement on the Movement of Natural Persons (MNP) ในวันที่ 17 พ.ย. 2555 ที่ผ่านมา โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจของอาเซียน 10 ประเทศร่วมลงนาม ความตกลงนี้ จัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายบุคลากรชั่วคราวที่เกี่ยวข้อง กับการดำเนินการด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งการเคลื่อนย้ายบุคลากชั่วคราวนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการค้าบริการภายใต้ ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน หรือที่เรียกว่า ASEAN Framework Agreement on Trade in Services (AFAS)
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สาระสำคัญของความตกลง MNP โดยความตกลงฉบับนี้จะมีผลพูกพันให้ไทยต้องเปิดเสรีการเคลื่อนย้ายบุคคลใน สาขาบริการเฉพาะเท่าที่ระบุไว้ในข้อผูกพันเท่านั้น โดยข้อผูกพันจะระบุประเภทของบุคลากรที่ประเทศสมากชิกอนุญาตให้เข้าไปให้ บริการได้ รวมถึงระยะเวลาในการให้เข้าเมืองชั่วคราวหรือพำนักชั่วคราวและเงื่อนไขอื่นๆ เกี่ยวกับการอนุญาตทำงาน ซึ่งในส่วนของไทยจะอนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายบุคคลากรเพียง 2 ประเภทเท่านั้น ภายใต้ความตกลงนี้ คือ
1. ผู้เยี่ยมเยือนทางธุรกิจ (Business Visitor) ซึ่งหมายถึงบุคคลธรรมดาที่จะเข้ามาพำนักในไทยด้วยวัตถุประสงค์ด้านประชุม หรือติดต่อทางธุรกิจเข้าร่วมสัญญาซื้อหรือขายบริการ เยี่ยมเยือนธุรกิจที่จัดตั้ง และจัดตั้งธุรกิจในไทย หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน โดยการพำนักดังกล่าวจะอนุญาตในขั้นต้นไม่เกิน 90 วัน และอาจขยายระยะเวลาได้รวมไม่เกิน 1 ปี

2. ผู้โอนย้ายภายในบริษัท (Intra Corporate Transferee) ซึ่งหมายถึงผู้โอนย้ายระหว่างบริษัทในเครือในระดับผู้บริหาร ผู้จัดการ หรือผู้เชี่ยวชาญ โดยบุคคลนั้นต้องได้รับการจ้างโดยบริษัทดังกล่าวนอกประเทศไทยมาเป็นเวลาไม่ น้อยกว่า 1 ปี ก่อนดำเนินการเข้ามาในไทย และต้องผ่านเงื่อนไขความจำเป็นด้านการจัดการของกรมการจัดหางาน โดยการพำนักดังกล่าวจะอนุญาตไม่เกิน 1 ปี และอาจขยายระยะเวลาได้อีก 3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี
การอนุญาตข้างต้นครอบคลุมการเคลื่อนย้ายบุคคลากรใน 25 สาขา ดังต่อไปนี้ (1) บริการวิศวกรรม (2)บริการคอมพิวเตอร์ (3)บริการวิจัยและพัฒนา (4)บริการให้เช่า (5)บริการด้านโฆษณา (6)บริการวิจัยตลาดและสำรวจความเห็น (7)บริการด้านบริการจัดการ (8)บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร (9)บริการที่เกี่ยวเนื่องกับประมง (10)บริการที่เกี่ยวเนื่องกับปุาไม้ (11)บริการที่เกี่ยวเนื่องกับเหมืองแร่ (12) บริการที่ปรึกษา (13) บริการซ่อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ (14)บริการการแปล (15)บริการจัดประชุม (16)บริการด้านโทรคมนาคม (17) บริการผลิตสื่อวิทยุและโทรทัศน์ (18) บริการก่อสร้าง (19)บริการด้านการศึกษา (20) บริการด้านสิ่งแวดล้อม (21) บริการด้านการเงิน (22)บริการด้านสุขภาพ (23)บริการด้านโรงแรม (24) บริการด้านกีฬา และ (25)บริการด้านการขนส่ง
ความตกลง MNP  (หากมี) ต่อเลขาธิการอาเซียน ซึ่งจะต้องไม่เกิน 180 วัน หลังจากวันที่ได้ลงนามในความตกลง ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อแรงงานของไทย เนื่องจากข้อผูกพันที่ปรากฎเป็นไปตามความพร้อมและความสมัครใจของประเทศ สมาชิก ดังนั้น ไทยสามารถเลือกผูกพันให้มีการเข้ามาทำงานได้ในประเภทและสาขาที่มีความพร้อม ได้หรือขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐนั่นเอง ซึ่งในส่วนของไทย ข้อผูกพันทั้งหมดไม่เกินกว่าขอบเขตของกฎหมายไทยและสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ ไทยใช้ในการอนุญาตให้เข้ามาทำงานในปัจจุบันอยู่แล้ว รวมทั้งไม่มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาแรงงานต่างด้าวประเภทกรรมกรหรือรับจ้าง ทั่วไป รวมถึงแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในทางกลับกันจะทำให้การเข้ามาทำงานมีกรอบกติกาที่ชัดเจนและตรวจสอบได้
ที่มา : ไทยโพสต์



อ่านต่อ: http://www.thai-aec.com/620#ixzz2DbUXw35l

ดวงกมล บูรณสมภพ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC