Economy and Investment

การค้าชายแดนในภาคใต้ของไทย

by ดวงกมล บูรณสมภพ

Provincial Cluster of So
 

            กลุ่มจังหวัดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ประกอบด้วย 5 จังหวัด คือ สงขลา,สตูล,ยะลา, ปัตตานีและนราธิวาส ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในด้านการค้าชายแดนไทย-มาเลเซียและเหมาะสมสำหรับการเชื่อมต่อกับกลุ่มประเทศอาเซียนอื่นๆ

           จังหวัดเหล่านี้มีพื้นที่รวม 20,809.7 ตารางกิโลเมตรและมีประชากร 3.8 ล้านคน โดยร้อยละ 66 ของคนท้องถิ่นในกลุ่มจังหวัดนี้เป็นชาวพุทธและร้อยละ 34 เป็นชาวมุสลิมแต่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา, ปัตตานีและนราธิวาส คนท้องถิ่นมีชาวมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ จึงมีวัฒนธรรมที่โดดเด่นแตกต่างจากวัฒนธรรมในส่วนอื่นๆของประเทศไทย

           โดยจังหวัดสงขลามีชายแดนติดกับรัฐเกดะห์และรัฐเปอร์ลิสของประเทศมาเลเซีย, จังหวัดยะลามีชายแดนติดกับรัฐเประและรัฐเกดะห์ของประเทศมาเลเซีย, จังหวัดนราธิวาสมีชายแดนติดกับรัฐกลันตันและรับเประของประเทศมาเลเซีย ในขณะที่จังหวัดสตูลมีชายแดนติดกับกับรัฐเปอร์ลิส ส่วนจังหวัดปัตตานีเป็นจังหวัดเดียวที่ไม่มีชายแดนติดกับประเทศมาเลเซีย โดยพื้นที่ชายแดนทั้งหมดมี 9 จุดตรวจด้านการค้าชายแดนคือ ด่านสะเดา, ด่านปาดังเบซาร์, ด่านตากใบและด่านสุไหงโกลง เป็นต้น

           จากสถิติที่รวบรวมโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแสดงให้เห็นว่า การค้าชายแดนไทยกับมาเลเซียมีจำนวนการส่งออกประมาณ 560,600,000 บาทต่อปี โดยส่งออกของไทยไปยังมาเลเซียที่สำคัญได้แก่ ยางและผลิตภัณฑ์ยาง, คอมพิวเตอร์, ชิ้นส่วนไม้แปรรูป, รถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ รวมไปถึงเครื่องจักรอุตสาหกรรม

           ในปี 2015 เมื่อประชาคมอาเซียนมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ ในบริเวณ 9 จุดการค้าชายแดนจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการพัฒนากลุ่มจังหวัดพื้นที่ชายแดนที่เชื่อมต่อกับประเทศอาเซียนอื่นๆ เช่น ด่านปาดังเบซาร์จะกลายเป็นประตูสำหรับการขนส่งและการเดินทาง ส่วนด่านสะเดาจะทำหน้าที่เป็นประตูสำหรับการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกและการเดินทางโดยรถยนต์เพื่อการท่องเที่ยว เป็นต้น



ข้อมูล: thailand.prd.go.th        
ภาพประกอบ: krabi-hotels.com

ดวงกมล บูรณสมภพ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC