Tourism

เตรียมพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

by ดวงกมล บูรณสมภพ

เตรียมพัฒนาให้ประเทศไทยเ
 

            ประเทศไทยกำลังจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางการแพทย์ โดยจะให้ความร่วมมือกับ ประเทศอาเซียนอื่นๆในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

            ข้อเสนอจะรวมถึงการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ในวาระแห่งชาติ โดยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลไทยควรเสริมสร้างความร่วมมือกับรัฐบาลประเทศอื่นๆในภูมิภาค เพื่อที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาอนุญาตให้ขยายเวลาของวีซ่าพลเมืองอาวุโสจากต่างประเทศและการขอเข้าพักในระยะยาวภายในประเทศไทย สำหรับการเข้ารับบริการทางการแพทย์

            โดยรัฐบาลจะนำกฎระเบียบ เพื่ออนุญาตให้ขยายเวลาวีซ่าจาก 30 วันถึง 90 วัน เพื่อ6ประเทศ ตะวันออกกลางรวมถึงประเทศบาห์เรน, คูเวต, โอมาน, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับ เอมิเรต โดยยังมีแผนจะขยายสิทธิพิเศษนี้ไปยังประเทศอาเซียนอื่นๆเช่นกัน เมื่อประชาคมอาเซียนเปิดอย่างเต็มรูปแบบในปี 2015

            สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกล่าวว่า สำหรับการสร้างฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยวควรจะแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก คือ บริการสปาและความงาม, บริการด้านอาหารไทยและสมุนไพร, บริการด้านการทำสมาธิและจิตบำบัด, บริการการท่อเที่ยวและกีฬาและบริการการทางการแพทย์

            กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในโปรแกรมการท่องเที่ยวทางการแพทย์จะรวมไปถึงผู้สูงอายุและนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาพำนักระยะยาว โดยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแนะนำว่า ศูนย์สุขภาพครบวงจรควรจะจัดตั้งขึ้นโดยมีแพทย์และล่ามคอยให้ความช่วยเหลือลูกค้าชาวต่างชาติ นอกจากนี้กลุ่มเป้าหมายที่ควรได้รับการขยายให้ครอบคลุมถึงนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเพื่อฮันนีมูน, นักกีฬาที่เข้ามาเพื่อการพักผ่อนร่างกายและผู้ใช้บริการอุตสาหกรรม MICE ทั้งนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าท่องเที่ยวเชิงการแพทย์จะสร้างมูลค่าประมาณ 52,000 ล้านบาทต่อปีให้กับประเทศไทย



ข้อมูล: thailand.prd.go.th        
ภาพประกอบ: aimga.ca

ดวงกมล บูรณสมภพ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC