Related Articles

มอง ‘เขมร’ เตรียมรับAEC (จ่ายเงินใต้โต๊ะไม่ผิดกฎหมาย)

by ดวงกมล บูรณสมภพ



จากการติดตามไปร่วมงานการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ระหว่างวันที่ 11-14 ก.ย.2555 ที่ประเทศกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ ทำให้พบว่า ประเทศกัมพูชากำลังอยู่ระหว่างการ พัฒนาและเติบโตรวดเร็ว โดยจะเห็นได้จากสิ่งปลูกสร้างอาคารบ้าน เรือนเริ่มทยอยสร้างขึ้นอย่างมากมาย เรียกได้ว่ากำลังมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางเข้ามามากขึ้น การจับจ่ายใช้สอยก็สะดวก เนื่องจากประเทศกัมพูชายอมรับได้ทั้งเงินสกุลเรียวของกัมพูชา ดอลลาร์ และแม้กระทั่งเงินบาทไทย


มอง ‘เขมร’ เตรียมรับAEC

นอกจากความหลากหลายด้านการใช้เงินแล้ว กัมพูชายังมีความหลากหลาย ด้านภาษาอีกด้วย ซึ่งนับเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งต่อการเปิดAECในอนาคต

“จ๋าย” ไกด์กัมพูชา เล่าให้ฟังถึงการเข้ามาลงทุนในกัมพูชาว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายนักเนื่องจากกัมพูชายังมีระบบการจ่ายเงินใต้โต๊ะอยู่มาก แต่ไม่ได้ผิดกฎหมายเพราะที่กัมพูชาการจ่ายเงินเพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจ การค้าถือเป็นเรื่องที่สามารถทำได้และเป็น เรื่องถูกกฎหมายด้วย ดังนั้นหากจะเข้ามาลงทุนในกัมพูชาจะต้องมีพันธมิตรคนกัมพูชาร่วมอยู่ด้วย เพราะจะรู้ธรรมเนียมและวัฒนธรรมได้ดี หากมาเสี่ยงเองเป็นเรื่องลำบากอยู่บ้าง

นางดวงใจ จันทร นักธุรกิจหญิงไทยในกัมพูชากว่า 30 ปี นอกจากจะดำเนินธุรกิจซื้อมาขายไปหลายกิจการ อาทิจำหน่ายอุปกรณ์พลาสติก เครื่องครัวแล้วยังได้รับสัมปทานเดินรถจากไทยไปกัมพูชาเพียงรายเดียวด้วย และเตรียมที่จะทำธุรกิจทัวร์เพิ่มเติมในอนาคต รวมทั้งยังมีตำแหน่งคณะกรรมการส่งเสริมเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านหอการค้า ไทย ได้เล่าให้ฟังว่า หากเปรียบเทียบไทยกับกัมพูชาในด้านการเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดAEC จะพบว่ากัมพูชามีความพร้อมมากกว่าไทยเยอะ ซึ่งเห็นได้จากการที่คนกัมพูชามีความตื่นตัวการเปิดAECมากโดยเฉพาะความใส่ใจ ที่จะเรียนรู้ภาษาต่างประเทศและความสนใจรายละเอียดAEC ขณะที่คนกัมพูชาสามารถพูดได้หลายภาษา ทั้งภาษาเขมร ไทย เวียดนาม อังกฤษ โดยหากใครได้เดินทางไปเที่ยวกัมพูชาคงจะเจอลูกตื้อของพ่อค้าแม่ค้าตัวน้อย ที่เสนอขายสินค้าแบบถึงตัว และไม่ว่าจะส่งภาษาอะไรไปพ่อค้าแม่ค้าตัวน้อยก็สามารถเปลี่ยนมาเสนอขาย สินค้าในภาษานั้นๆ ตามได้ทันที ไม่ว่าจะยวน เวียดนาม ไทย อังกฤษ หรือแม้กระทั่งภาษาญี่ปุน แต่เป็นคำง่ายๆ ที่สามารถสื่อสารขายสินค้าได้แล้วแต่หากพูดถึงเรื่องวัฒนธรรมแล้วทางคน กัมพูชายังคงยึดมั่นวัฒนธรรมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในเรื่องของการเลือกคู่ครองหรือเรียกได้ว่ายังคงเป็นประเทศที่คลุม ถุงชนสูง เนื่องจากแม่ฝ่ายชายจะเป็นผู้เลือกเจ้าสาวให้ลูกชายเป็นหลัก โดย 90% แต่งงานตามความเห็นชอบของพ่อแม่ มีเพียงแค่ 5% เท่านั้นที่เลือกคู่ครองเอง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจกัมพูชายังไม่ร่ำรวยนัก หากเลือกคู่ครองเอง พ่อแม่จะไม่ช่วยส่งเสียเลี้ยงดู และจะสร้างความลำบากให้กับคู่ครองใหม่ได้ ส่วนพิธีการแต่งงานนั้น ฝ่ายเจ้าสาวสามารถเรียกร้องค่าสินสอดทองมั่นได้สูงเท่าไหร่ก็ได้ แต่ต้องส่งคืนให้กับแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวถึง 80% ของสินสอดที่ให้ไป ดังนั้นเรียกได้ว่าการหาคู่ครองในกัมพูชายังคงขึ้นอยู่กับพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่เป็นหลัก ไม่ได้อิสรเสรีเช่นเมืองไทยมากนัก

ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า ทั้งสภาพเศรษฐกิจและสังคมของกัมพูชาแม้จะยังไม่มีเสรีและการเติบโตทาง เศรษฐกิจเท่ากับไทยแต่ความกระตือรือร้นในการพัฒนาประเทศและการพัฒนาบุคลากร ของกัมพูชาเป็นไปอย่างรวดเร็ว หันมาดูเมืองไทยทุกอย่างยังดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป ก็หวังว่ารัฐบาลจะเร่งกระตุ้นสร้างความตื่นตัวให้ประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจและปรับตัวให้ทันกับAECที่จะเกิดขึ้น อย่าให้เรื่องAECเป็นเพียงเรื่องเฉพาะกลุ่มคนใดคนหนึ่ง

ที่มา : (ดวงพักตรา ไชยพงษ์) ไทยโพสต์

ดวงกมล บูรณสมภพ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC