Product and Service

กาแฟไทยเตรียมพร้อมสู่การแข่งขันในอาเซียน

by ดวงกมล บูรณสมภพ

กาแฟไทยเตรียมพร้อมสู่การ


            การมาถึงของประชาคมอาเซียน จะทำให้การปลูกกาแฟของไทยมีแนวโน้มที่จะต้องเผชิญกับการแข่งขันมากขึ้น ทำให้กรมวิชาการเกษตรได้มีการพัฒนาการเพิ่มผลผลิตและหาวิธีลดต้นทุนการผลิต

            กรมวิชาการเกษตรได้ให้เกษตรกรที่ปลูกกาแฟ ลองปลูกด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยง เพื่อปรับปรุงการผลิตและเพิ่มมาตรฐานของกาแฟไทย เพื่อให้กาแฟไทยจะกลายเป็นที่รู้จักกันดีในทั่วโลก

            ความต้องการสำหรับกาแฟในตลาดโลก เพิ่มมากถึง 8 ล้านตันต่อปี สำหรับประเทศไทยก็มีมูลค่าการส่งออกมากถึง 67,620 ตันต่อปี โดยเพิ่มขึ้นจาก 61,480 ตันต่อปี

            กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าและอาราบิก้า คือสายพันธุ์ที่ถูกสนับสนุนให้ปลูกในเชิงพาณิชย์ เพื่อการบริโภค โดยผลิตจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้า มักจะถูกนำไปใช้ในการทำกาแฟสด ส่วนเมล็ดพันธุ์โรบัสต้านั้นเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นพืชเศรษฐกิจในภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดชุมพรและจังหวัดระนอง ส่วนสายพันธุ์อาราบิก้า จะนิยมปลูกบนพื้นที่สูงในภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอนและเพชรบูรณ์

            กรมวิชาการเกษตรอธิบายว่า กาแฟอาราบิก้าของไทย เมื่อเปรียบเทียบกับของประเทศลาวและพม่า ยังถือว่ามีราคาขายที่สูงกว่า เมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเปิดอย่างเต็มรูปแบบจะทำให้ประเทศเพื่อนบ้านมีโอกาสที่แข่งขันกับกาแฟไทยมากขึ้น สถานการณ์เช่นนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่ปลูกกาแฟไทย ดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นต้องปรับตัว โดยการปรับปรุงการผลิตและลดต้นทุนการผลิตในเวลาเดียวกัน

            โดยกรมวิชาการเกษตรจะมีการปรับปรุงสายพันธุ์และให้ความรู้กับเกษตรผู้ปลูกถึงการเพิ่มมาตรฐานและลดต้นทุนการผลิตในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะสามารถปรับปรุงได้ทันก่อนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบในปี 2015 เพื่อที่กาแฟของไทยจะสามารถแข่งขันในตลาดและเพิ่มพื้นที่ส่วนแบ่งทางการตลาดจากประเทศเพื่อนบ้านได้มากขึ้น 



ข้อมูล: thailand.prd.go.th
ภาพประกอบ: inhabitat.com

ดวงกมล บูรณสมภพ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC