Economy and Investment

โอกาสหรือทางรอดของ SMEs ไทยใน AEC

by ดวงกมล บูรณสมภพ

นอกเหนือไปจากปัญหาเฉพาะของแต่ละสาขาธุรกิจแล้ว ปัญหาพื้นฐานที่ SMEs ไทยมีอยู่ร่วมกัน ประการหนึ่ง คือ การขาดข้อมูลและความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาเซียนโดยทั่วไป (ยังไม่ต้องกล่าวถึงผลกระทบจาก AEC ซึ่งคนไทยทั่วไปก็ยังมีความรู้ความเข้าใจน้อยมาก) ผู้ประกอบการมักมีข้อจากัดด้านเวลาที่ต้องใช้ในการพัฒนาศักยภาพ ดังนั้น ที่ผ่านมาแม้จะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ และมีหลายหน่วยงานที่มีบทบาทสาคัญต่อการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ AEC แต่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ยังมีจานวนน้อยเมื่อเทียบกับจานวน SMEs ทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทย

นอกจากปัญหาข้อจากัดเรื่องเวลา SMEs กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งในเขตเมืองและชนบท และมีอยู่ไม่น้อยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล (กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้หาทางออกในเรื่องนี้ด้วยการจัดการอบรม online หรือ e-learning ขณะนี้ได้มีการจัดทาแล้ว 13 หลักสูตรผ่านเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า www. dbdacademy.com โดยเท่าที่ผ่านมาหลักสูตรเหล่านี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการจานวน มาก) ข้อสาคัญก็คือ หากไม่มีการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ AEC ผลกระทบในทางลบจะตามมาอย่างแน่นอน ในทางตรงกันข้าม หากมีการ เตรียมความพร้อมอย่างเพียงพอ SMEs ไทยก็สามารถจะได้รับประโยชน์จากโอกาสด้านต่างๆ ที่เปิดกว้างมากขึ้นหลัง ค.ศ.2015

ผลสำคัญประการหนึ่งจากการเปิดเสรีด้านการค้าบริการและการเคลื่อนย้ายแรง งาน คือ การที่สัดส่วนในการเป็นเจ้าของกิจการของนักลงทุนต่างชาติจะขยายสูงขึ้น ก่อนหน้านี้สัดส่วนการเป็นเจ้าของกิจการในมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย อยู่ที่ร้อยละ 30, 40 และ 49 ตามลาดับ การที่สัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นไปเป็นร้อยละ 70 ในประเทศอาเซียนทุกประเทศจะกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนจากอาเซียนด้วยกันเอง มากขึ้นใน การลงทุนในกิจการในประเทศอาเซียนอื่นๆ
ประเทศอย่างเช่น กัมพูชา สิงคโปร์ และเวียดนาม เปิดกว้างในเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่โอกาสที่เปิดใหม่นี้จะทำให้นักลงทุนในประเทศอย่างไทยสนใจที่จะลงทุนใน ประเทศอาเซียนอื่นๆ มากขึ้นด้วยหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมดังกล่าวแล้วนั่นเอง

จากข้อมูลของ “Insight: Moving forward with the AEC”, Economic Intelligence Centre SCB, Monthly/February 2011 ธุรกิจที่เป็นเป้าหมาย สำคัญสาหรับการลงทุนในระยะแรก คือ ด้านบริการที่มีศักยภาพสูงและแสดงให้เห็นแล้วว่าให้ผลกำไรสูง เช่น ในสิงคโปร์ ธุรกิจประเภทนี้ส่วนใหญ่ เกี่ยวเนื่องกับการค้า ได้แก่ ธุรกิจห้างสรรพสินค้า ธุรกิจการเป็นตัวแทนจาหน่าย ธุรกิจค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ส่วนในมาเลเซียนั้น กิจการที่เป็นเป้าหมายสาหรับการลงทุนในอนาคตจะอยู่ที่ด้านไอทีและบริการด้าน ซอฟต์แวร์

อย่างไรก็ดี การขยายเพดานสัดส่วนการลงทุนโดยต่างชาติออกไปเป็นร้อยละ 70 อาจจะยังมีปัญหาและอุปสรรคในทางปฏิบัติอยู่มาก โดยเฉพาะกฎระเบียบต่างๆ ที่นักลงทุนต่างชาติจะต้องปฏิบัติ ตัวอย่างที่มักกล่าวถึงกันมากคือ สิทธิของชาวต่างชาติที่จะเป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งยังคงทาไม่ได้ในหลายประเทศ รวมทั้งไทย บางประเทศหาทางออกด้วยการให้เช่าระยะยาว นอกจากนั้น ก็ยังมีกฎระเบียบอื่นๆ เช่น เกี่ยวกับมูลค่าต่าสุดในการลงทุน รูปแบบการลงทุน องค์ประกอบคณะกรรมการบริหาร (ที่ต้องเป็นคนท้องถิ่น) การทดสอบความจาเป็นทางเศรษฐกิจ กิจการร่วมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ธุรกิจที่มีผลกำไรสูงมีศักยภาพสำหรับ การขยายการลงทุน และสามารถจะเป็นจุดเริ่มต้นในการแสวงหาธุรกิจบริการที่น่าสนใจในประเทศอา เซียน ในเรื่องของผลกำไรนั้นพบว่ามาเลเซียและสิงคโปร์มีธุรกิจบริการหลายอย่างมี ศักยภาพด้าน EBITDA margin (อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา) สูง โดยเฉพาะมาเลเซียและสิงคโปร์มี EBITDA margin โดยเฉลี่ยสูงสุดสาหรับ 7 สาขา และ 5 สาขา ของธุรกิจบริการตามลาดับจากทั้งหมด 21 สาขา

ตลาดที่มีศักยภาพใน AEC สาหรับธุรกิจไทยมีอยู่ 4 ด้านด้วยกัน คือ การท่องเที่ยวภายในกลุ่มอาเซียน ประชากรมุสลิมของอาเซียน ซึ่งเป็นประชากรมุสลิมกลุ่มใหญ่ที่สุดในโลก ชนชั้นที่มี รายได้ปานกลางที่กาลังขยายตัว และประชากร สูงอายุ ธุรกิจบริการจากศักยภาพที่มีอยู่เหล่านี้อาจเกิดจากการใช้ความเข้มแข็งที่ ไทยมีอยู่แล้ว เช่น บริการด้านสุขภาพสาหรับประชากรสูงอายุ ที่อาจขยายออกไปเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สาหรับผู้ที่เกษียณอายุ การแปรรูปอาหารสาหรับประชากรมุสลิมที่จะทาให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาหารฮาลาล สำคัญของโลก และธุรกิจโรงแรมที่พัฒนาไปเป็นการจัดการโรงแรมที่เป็นตราสินค้าของไทยโดย เฉพาะ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่เกี่ยวกับ SMEs นั้น เรายังมิได้มีการวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งอย่างจริงจังในกรณีที่จะได้รับผล กระทบจากการเข้าสู่ AEC โดยเฉพาะในกรณีที่จะมีนักลงทุนจากชาติอาเซียนอื่นๆ เข้ามาลงทุนในธุรกิจด้านนี้ในประเทศไทย โดยมีโอกาสที่ผู้ประกอบการ SMEs ไทยจะไปลงทุนในอาเซียนนั้นอย่างน้อยในระยะแรกน่าจะมีน้อยมาก

ดังนั้น หากไม่มีการเตรียมการที่ดีพอ ซึ่งรวมไปถึงการออกกฎระเบียบต่างๆ เพื่อปกป้องและส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ไทยอย่างจริงจัง SMEs ไทยก็อาจจะล้มหายไป เช่น จากการถูกซื้อกิจการโดยต่างชาติ พื้นที่อันสวยงามและแหล่งท่องเที่ยวที่ดีของไทยก็คงตกอยู่ในการครอบครองของ ต่างชาติในอนาคต

ที่มา: มติชน

ดวงกมล บูรณสมภพ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC