Related Articles

ประตูสู่เออีซี…โจทย์ใหญ่ที่ไทยต้องปรับตัว

by ดวงกมล บูรณสมภพ


ประตูสู่เออีซี…โจทย์ใหญ่

สุทธาภา อมรวิวัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสและผู้ช่วยผู้ จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์แบ่งธุรกิจที่จะต้องเผชิญกับความท้าทายและโอกาสจากเออีซี ออกเป็น 3 ประเภท
1.กลุ่มธุรกิจที่จะมีโอกาสมากขึ้นในประเทศ ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่จะขยายตัวค่อนข้างมาก
2.กลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสไปลงทุนหรือขยายตลาดในต่างประเทศ
3.กลุ่มธุรกิจที่ต้องเตรียมรับมือจากความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลง

ขณะที่กลุ่มที่จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่และมีโอกาสขยายตัวมาก ได้แก่ ธุรกิจในภาคการขนส่งและบริการ ซึ่งเห็นได้จากตัวเลขการเติบโตของสายการบินโลว์คอสต์ที่สูงขึ้นถึง 51% จากระดับ 3% ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทยก็จะได้รับอานิสงส์จากการเดินทางการเคลื่อนย้าย ประชากรซึ่งในช่วงเวลาที่เหลือถือเป็นโจทย์สาคัญในการเตรียมตัวให้พร้อมสา หรับธุรกิจกลุ่มนี้ สาหรับกลุ่มที่มีโอกาสออกไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ต่าลง ตลาดที่กว้างขึ้นและความคุ้มค่าในเชิงโลจิสติกส์ ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งในประเทศอย่างกัมพูชาลาว พม่า เวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่น่าสนใจทั้งต้นทุนการผลิต พื้นที่การผลิต นอกจากนี้ประเทศเหล่านี้จะเริ่มทยอยลดภาษีระหว่างประเทศใน 3 ปี และเปิดกว้างเรื่องการลงทุนและร่วมทุนได้มากขึ้น อีกหนึ่งธุรกิจที่สามารถขยายออกไปได้คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมโมเดิร์นเทรด ซึ่งได้ประโยชน์จากวิถีชีวิตประชากรที่เปลี่ยนไป คนเริ่มเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น โดยมีประเทศที่น่าสนใจคือ อินโดนีเซียและเวียดนาม ที่มีสัดส่วนร้านประเภทไฮเปอร์ มาร์เก็ต กระโดดสูงขึ้น 5-10% ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตลดลง

กลุ่มที่สาม คือ กลุ่มที่ต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเช่น ผู้ประกอบการขนาดเล็กที่รับจ้างผลิตสินค้า จากข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์มีโอกาสที่ต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในไทย ทางออกเรื่องนี้คือต้องทาให้อาเซียนมีเน็ตเวิร์กที่แข็งแกร่งมากขึ้น ต้องอาศัยจุดแข็งคือรู้เขารู้เรา เข้าใจสภาพตลาด เข้าใจสภาพการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดสาคัญด้านศักยภาพของไทยขณะนี้คือเรื่องแรงงานที่มีจานวนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะแรงงานระดับสูง เช่นแพทย์ ขณะที่คู่แข่งอย่างมาเลเซียจะสามารถส่งออกแพทย์ได้ใน 10 ปี ดังนั้นภาพในระยะยาวจึงเป็นโจทย์ที่ต้องคิดว่าจะบริหารจัดการเรื่องนี้อย่าง ไรและจะดึงดูดแรงงานจากชาติอื่นเข้ามาได้อย่างไรในเมื่อรายได้สุทธิต่อหัว ของไทยยังอยู่ในระดับต่า

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ในฐานะตัวแทนจากอุตสาหกรรมเกษตร มองว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมเกษตรของไทยมีความพร้อมแข่งขันและเข้าสู่เออีซีเต็มตัวแล้ว เนื่องจากผู้ประกอบการไทยมีความเชี่ยวชาญด้านการส่งออก มีวัตถุดิบ และมีประสบการณ์

ผู้ประกอบการไทยยังต้องรวมตัวกันเพื่อกาหนดทิศทางปรับเปลี่ยนวิธีคิด ประสิทธิภาพ และมาตรฐานสินค้าร่วมกัน แต่ยังมี 3 เรื่องสาคัญจากการเข้าสู่เออีซีที่จาเป็นต้องเรียนรู้ คือ
1.ภาษี ผู้ประกอบการต้องรู้ว่าเมื่อเปิดเสรีแล้ว ภาษีของแต่ละประเทศจะเป็นเช่นไร
2.ถิ่นกาเนิดสินค้า
3.มาตรฐานสินค้าในแต่ละประเทศ ต้องรู้ว่าอีก 9 ประเทศที่เหลือเขามีหลักเกณฑ์อย่างไร ซึ่งทั้งสามข้อนี้ยังเป็นจุดบอดของธุรกิจไทยส่วนใหญ่

ที่มา :  โดยดำรงเกียรติ มาลา


 

ดวงกมล บูรณสมภพ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC