Transportation

จีนเริ่มสร้างทางรถไฟเชื่อมลาว-ไทย-อาเซียน

by ดวงกมล บูรณสมภพ

              

ภาย หลังจากที่ หลิว จื้อจุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรถไฟของจีน ได้สิ้นสุดการเยือนประเทศลาวอย่างเป็นทางการและได้ลงนามในบันทึกการเจรจา ร่วมกับ สมมาด พนเสนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งของลาว เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่าได้มีความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการเชื่อมต่อทางรถไฟระหว่างจีนกับ ลาวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแล้วในเวลานี้

 

ทั้ง นี้ก็เนื่องจากว่าทางการจีนนั้นได้เริ่มลงมือดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟตาม โครงการเชื่อมต่อทางรถไฟกับลาวดังกล่าวนับจากปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นมาแล้ว โดยเป็นการเริ่มต้นการก่อสร้างจากเขตสิบสองปันนาในมณฑลยูนนานของจีนเพื่อที่ จะต่อมาที่ด่านบ่อเต็นในแขวงหลวงน้ำทา ผ่านแขวงอุดมไซ-แขวงหลวงพระบาง-แขวงเวียงจันทน์และนครเวียงจันทน์ของลาวตามลำดับ ซึ่งจะมีระยะทางยาวรวมถึง 530 กิโลเมตร

 

โดย ถึงแม้ว่าทางการจีนจะยังคงไม่ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดว่าการก่อสร้างทางรถไฟ ตามเส้นทางดังกล่าวนี้จะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการยาวนานเท่าใดก็ตาม หากแต่ก่อนหน้านี้ อ้วน พมมะจัก เอกอัครรัฐทูตลาวประจำประเทศไทย ก็ได้ให้การยืนยันว่าทางรถไฟที่จะเชื่อมต่อจากมณฑลยูนนานของจีนมาที่นคร เวียงจันทน์นั้นจะใช้เวลาประมาณ 5 ปี ก็จะก่อสร้างให้แล้วเสร็จได้ตลอดเส้นทาง

 

ตามที่ลาวได้ลม (เจรจา) กับ ทางการจีนๆ บอกว่าการสร้างทางรถไฟอยู่บ้านเขาเจ้าหั่น ปีหนึ่งๆสร้างได้ร้อยกว่ากิโลเมตร แต่ว่าที่เมืองลาวนี่เป็นเส้นทางที่ผ่านเขตภูดอยสี่ร้อยกว่ากิโลเมตร จึงจะต้องใช้เวลาประมาณห้าปี”

 

ทางการจีนได้ตกลงร่วมมือกับทางการลาวเข้าในการพัฒนาและก่อสร้างทางรถไฟในลาวเพื่อเชื่อมต่อกับจีนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2010 นี้ โดยภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวทั้งสองฝ่ายได้มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมา เพื่อดำเนินการร่วมกัน หากแต่ในส่วนของเงินลงทุนและเทคนิคต่างๆ ที่จะใช้ในการก่อสร้างทางรถไฟ รวมไปถึงหัวจักรรถไฟและขบวนรถไฟด้วยนั้นจะมาจากฝ่ายจีนทั้งสิ้น

 

โดย สำหรับการดำเนินงานในระยะแรกนี้ก็จะเป็นการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ต่อเนื่องด้วยการออกแบบก่อสร้างแล้วนำเสนอเพื่อขอการอนุมัติโครงการจาก รัฐบาลลาวต่อไป และเมื่อได้รับการอนุมัติโครงการจากรัฐบาลลาวแล้วนั้น ก็จะสามารถเริ่มลงมือก่อสร้างได้ในทันที ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เงินทุนคิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 4,000 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐที่อยู่ภายใต้แผนการมุ่งสู่ใต้ กล่าวคือการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับอาเซียน ซึ่งรัฐบาลจีนเองก็ได้ทุ่มเทงบประมาณเข้าในการพัฒนาเป็นอย่างมากในช่วงกว่า 10 ปีมานี้

 

ทั้ง นี้โดยเส้นทางรถไฟที่ทางการจีนให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือเส้นทางที่เชื่อม ต่อจากด่านบ่อเต็นในแขวงหลวงน้ำทา ซึ่งติดต่อกับชายแดนจีนที่ด่านบ่อหานในเขตสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน เรื่อยลงมาที่อุดมไซ-หลวงพระบาง-แขวงเวียงจันทน์และนครเวียงจันทน์แล้วต่อมาที่หนองคายมายังกรุงเทพฯแล้วมุ่งสู่มาเลเซียและสิงคโปร์หรือที่เรียกว่าเส้นทางรถไฟอาเซียน-จีนนั่นเอง

 

ส่วน อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งต่อเนื่องกันที่ทางการจีนได้ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือการเชื่อมต่อจากนครเวียงจันทน์ลงไปที่เมืองท่าแขกในแขวงคำม่วนแล้ว เชื่อมต่อไปยังภาคกลางของเวียดนามที่เมืองวินห์ ซึ่งก็นับว่าสอดคล้องกับแผนการของทางการเวียดนามอยู่ไม่น้อย เพราะว่าทางการเวียดนามนั้นก็ได้ลงทุนลงแรงในการศึกษาสำรวจและออกแบบก่อ สร้างทางรถไฟเพื่อเชื่อมต่อกับเมืองท่าแขกมาที่นครเวียงจันทน์ของลาวอยู่ แล้วในเวลานี้

 

ยิ่ง ไปกว่านั้น ทางการจีนได้จัดส่งคณะผู้แทนเดินทางมาเจรจากับทางการไทยเกี่ยวกับแผนการ พัฒนา การเชื่อมต่อทางรถไฟเข้าหากันโดยผ่านลาวเมื่อไม่นานมานี้อีกด้วย ซึ่งทางการไทยเองก็ได้เห็นด้วยในหลักการแล้ว และเมื่อประกอบกับการที่คณะรัฐมนตรีไทยเอง ก็ได้อนุมัติงบประมาณ 1,650 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือรัฐบาลลาวในการก่อสร้างทางรถไฟที่เชื่อมต่อจากสถานีท่านาแล้ง (บ้านดงโพสี) เข้าไปยังบ้านคำสะหวาดในเขตนครเวียงจันทน์ ซึ่งจะเริ่มลงมือก่อสร้างในต้นปีหน้าเพื่อให้แล้วเสร็จและเปิดใช้ให้ได้ภายในปี 2014

 

โดยล่าสุดทางการไทย-ลาวยังเห็นชอบร่วมกันในอันที่จะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่หนองคาย-เวียง จันทน์ เพื่อรองรับรางรถไฟขนาด 1.4 เมตรจากจีนเป็นการเฉพาะด้วยแล้วก็ยังนับเป็นสิ่งที่สอดรับกับแผนการมุ่งสู่ใต้ของจีนได้เป็นอย่างดี

 

นอกจากนี้ การพบปะเจรจาครั้งแรกระหว่างคณะนักวิชาการและเทคนิคในด้านทางรถไฟของลาว จีน และไทยที่จังหวัดหนองคาย เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และในโอกาสเดียวกันนี้ คณะนักวิชาการและเทคนิคฯของทั้ง 3 ประเทศ ก็ยังได้พากันเข้าเยี่ยมคำนับและรายงานผลที่ได้จากการประชุมครั้งแรกดัง กล่าวต่อ สมมาด พนเสนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งของลาวด้วยแล้ว ก็ยังนับได้ว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของทางการลาวที่มีต่อ แผนการก่อสร้างทางรถไฟจากจีนมาที่นครเวียงจันทน์ได้อย่างชัดเจน

 

ซึ่ง นั่นก็หมายความว่ารัฐบาลลาวนั้นเปิดกว้างเสมอสำหรับการตอบสนองต่อแผนการมุ่ง สู่ใต้ของจีน โดยใช้ลาวเป็นเขตศูนย์กลางในการเชื่อมต่อ (ไม่ใช่เพียงแค่ทางผ่าน) ตาม แผนการดังกล่าวนี้ของจีน และก็ดูเหมือนว่าทางการจีนนั้นก็ได้ตอบสนองความต้องการดังกล่าวของลาวอย่าง ไม่มีข้อสงสัยด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าทางการจีนนั้นถือว่าลาวคือหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของตน ทั้งในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม ความมั่นคง การต่างประเทศ และการป้องกันประเทศอย่างยาวนานและวัฒนาถาวร นั่นเอง

 

โดย การเป็นหุ้นส่วนเช่นว่านี้ระหว่างจีนกับลาวนั้นก็ได้ปรากฏให้เห็นอย่าง ชัดเจนในการเดินทางเยือนลาวอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ สี จินผิง รองประธานาธิบดี (ผู้ซึ่งได้รับการคาดหมายว่าจะก้าวขึ้น

สู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนต่อไปของจีน) ในระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการร่วมมือระหว่างลาวกับจีนเพิ่มขึ้นถึง 18 ฉบับ ซึ่งถือเป็น ส่วนหนึ่งในความสัมพันธ์และร่วมมืออย่างรอบด้านระหว่างกัน ภายใต้หลักการแห่งสันติภาพ เสมอภาค และมิตรภาพที่ยืนยาวระหว่างประเทศทั้งสอง

 

ทางด้านกระทรวงแผนการและการลงทุนของลาวนั้น ก็ได้เสนอรายงานว่าการลงทุนสะสมของจีนในลาวมีมูลค่ารวมเกินกว่า 3,577 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้วในเวลานี้ โดยเป็นการลงทุนใน 12 ภาค การผลิตด้วยกัน แต่ว่าภาคการผลิตที่กลุ่มทุนจากจีนได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษนั้น ก็คือภาคการเกษตร อุตสาหกรรมเหมืองแร่ พลังงานไฟฟ้า และล่าสุดทางการจีนก็ยังได้ประกาศการลงทุนสร้างดาวเทียมเพื่อปล่อยขึ้นสู่วง โคจรให้กับลาวคิดเป็นมูลค่าถึง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย

 

โดย การลงทุนของจีนในลาวที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ในเวลานี้ ก็คือการซื้อกิจการเหมืองทองคำและทองแดงที่เมืองวีละบุลีในแขวงสะหวันนะเขต การสร้างเมืองใหม่สามเหลี่ยมทองคำในเขตเมืองต้นผึ้งแขวงบ่อแก้ว การสร้างเมืองใหม่ China Town ในเขตนครเวียงจันทน์ รวมถึงการทำเหมืองแร่บ็อกไซต์และการก่อสร้างโรงงานผลิตโลหะอลูมิเนี่ยมในแขวงจำปาสักและอัตตะปือในภาคใต้ของลาว

 

ส่วนในเขตแขวงภาคเหนือนั้น ก็มีโครงการปลูกยางพารา ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง และชาคิดเป็นบริเวณกว้างกว่า 2 แสนเฮกตาร์ (กว่า 12.5 ล้านไร่) ซึ่งไม่เพียงทำให้มูลค่าการลงทุนของจีนในลาวได้แซงหน้าไทยขึ้นมาเป็นอันดับ 1 อย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้น หากยังจะทำให้การลงทุนสะสมของจีนในลาวมีมูลค่าทะลุหลักหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 2 ปีข้างหน้านี้อีกด้วย

 

แน่ นอนว่า สำหรับทางการลาวแล้วก็ย่อมจะถือว่าจีนนั้นเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในการ พัฒนาในทุกๆด้านของตนด้วยเช่นกัน และสิ่งที่ทางการลาวเรียกว่าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ดังกล่าวก็ไม่ใช่เป็น เพราะว่าลาวกับจีนมีระบอบทางการเมืองเหมือนกันเท่านั้น หากยังมีความหมายครอบคลุมไปถึงการที่ทางการลาวได้ยึดถือว่าจีนนั้นคือแบบ อย่างที่ลาวจะเจริญรอยตามให้ได้อย่างแท้จริงด้วย

 

แต่ เนื่องจากว่ารัฐบาลลาวยังมีข้อจำกัดในด้านงบประมาณที่จะนำมาใช้จ่ายในการ พัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เป็นอย่างมาก จึงทำให้ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือและกู้ยืมเงินทุนจากต่างประเทศเป็นด้านหลัก แต่ครั้นเมื่อทางการลาวก็ถือว่าจีนเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เช่นนี้ จึงให้การส่งเสริมการลงทุนจากจีนเข้ามาในลาวมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลอด ช่วงกว่า 10 ปีมานี้ ซึ่งทางฝ่ายจีนก็ไม่ทำให้ฝ่ายลาวผิดหวังแต่อย่างใด

 

โดย ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้นำลาวทั้งในด้าน เศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงแห่งชาติได้อย่างครบครันที่สุดนั้น ก็คือการพัฒนาระบบเส้นทางรถไฟในลาวเพื่อเชื่อมต่อกับจีนและอาเซียน เพราะการมีทางรถไฟที่สามารถเชื่อมต่อจากภาคเหนือจรดภาคใต้ และจากตะวันออกไปยังตะวันตกนั้นนับเป็นสิ่งที่ตอบสนองต่อแผนการที่รัฐบาล ลาวจะพัฒนาประเทศจากการที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล (Land Locked) ไปสู่ศูนย์กลางการเชื่อมต่อด้านคมนาคม-ขนส่ง (Land Linked) ใน ลุ่มแม่น้ำโขงให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถ้าหากการดำเนินงานเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ทุกประการ ก็จะทำให้รถไฟจีนมาถึงนครเวียงจันทน์ได้จริงภายในต้นปี 2017 เป็นอย่างช้า

 

ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นหลายๆพื้นที่ในทั่วประเทศลาวก็คงจะถูกพัฒนาเป็นเขตเมืองใหม่ China Town ของบรรดานักธุรกิจชาวจีนไปอย่างเรียบร้อยโรงเรียนจีนแล้ว!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน

ดวงกมล บูรณสมภพ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ AEC