About AEC

สัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์กับโอกาสทางการค้าของอาเซียน

by Editor Aectourismthai

สัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์กั

         การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ที่กำลัง จะมาถึงในปี 2015 มีความสำคัญอย่างมากในการประกอบธุรกิจการค้าผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์
(E-Commerce หรือ E-Business) ซึ่งเป็นช่องทางการทำตลาดที่ใหญ่และมีมูลค่ามหาศาล กล่าวได้ว่าเป็นการค้าที่ไร้พรมแดน สิ่งที่ส้าคัญไม่อาจมองข้ามไปได้ ก็คือ สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ ถือได้ว่า เป็นกลไกที่จะทำให้การค้านั้นประสบผลส้าเร็จ โดยทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างก็มั่นใจว่าตนมีหลักฐาน ในการทำธุรกรรม และทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติตามสัญญา
        สัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ คือ การที่คู่ค้าทางธุรกิจต้องการสร้างความสัมพันธ์ทางกฎหมายหรือ ที่เรียกว่านิติสัมพันธ์ขึ้น เป็นการแสดงเจตนาทำคำเสนอหรือคำสนองโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อขายสินค้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต, การสมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์, การโอนเงินด้วยระบบอัตโนมัติผ่านระบบเครือข่าย, การสื่อสารข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยเครือข่ายการสื่อสาร, การแลกเปลี่ยน ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange: EDI) ซึ่งสัญญาอิเล็กทรอนิกส์มักใช้ ในการค้าและการขนส่งระหว่างประเทศ
        สำหรับประเด็นที่ว่าใครบ้างที่สามารถใช้สัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์นั้น กล่าวได้ว่าทุกคนสามารถใช้สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยแบ่งรูปแบบทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้สัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์มีห้ารูปแบบ คือ รูปแบบ ที่หนึ่ง ภาคธุรกิจกับภาคธุรกิจ (Business to Business, B2B) เป็นการที่ภาคธุรกิจต่อภาคธุรกิจติดต่อซื้อขายกัน
        รูปแบบที่สอง ภาคธุรกิจกับภาครัฐ (Business to Government, B2G) คือ การที่ภาคธุรกิจเอกชนทำสัญญากับภาครัฐหรือหน่วยงานของรัฐ แน่นอนว่า ในเบื้องต้นก่อนทำสัญญารัฐต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ของภาคธุรกิจเอกชนก่อน เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศ
        รูปแบบที่สาม ภาครัฐบาลกับภาครัฐบาล (Government to Government, G2G) คือ การที่รัฐบาลของประเทศหนึ่งกับรัฐบาลของอีกประเทศหนึ่งทำธุรกรรมทางการค้าซึ่งกันและกัน
        รูปแบบที่สี่ ภาคธุรกิจกับผู้บริโภค (Business to Consumer, B2C) คือ การที่ภาคธุรกิจ ทำสัญญากับผู้ซื้อรูปแบบนี้มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้ประกอบการไม่ต้องลงทุนมาก ไม่ต้องมีหน้าร้านก็สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและรวดเร็ว จากสถิติที่สำรวจโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) และส้านักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศและ การสื่อสาร กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารพบว่าผู้ประกอบการไทยมีการขายสินค้า โดย
ทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้บริโภคตั้งแต่ปี2010- 2012มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก โดยปี 2010: 285,240 ล้านบาท, ปี 2011: 336,290 ล้านบาท, และ ปี 2012: 389,030 ล้านบาท
        และสุดท้ายรูปแบบที่ห้า ผู้บริโภคกับผู้บริโภค (Consumer to Consumer, C2C) เป็นการที่ ผู้บริโภคเสนอขายสินค้าไปยังผู้บริโภคอีกฝ่ายหนึ่ง รูปแบบนี้มีการแพร่หลายทั่วไปและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเป็นการประกาศขายของในเว็บบอร์ดต่างๆ เช่น เว็บไซต์อีเบย์ (www.ebay.com), เว็บไซต์อเมซอน (www.amazon.com), เว็บไซต์กัมทรี (www.gumtree.com) เป็นต้น
        สัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์มีข้อดีหลายประการ
        1. กรณีที่คู่ค้าทางธุรกิจอยู่ห่างไกลกันหรือคนละประเทศ การเดินทางมายังสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเพื่อทำสัญญาทำใหต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่าย ได้แก่ ค่าเดินทางและค่าที่พักการที่คู่ค้าในอาเซียนเลือกใช้สัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะช่วยให้ประหยัดเวลาในการทำธุรกรรมที่มีความสะดวกรวดเร็วไม่จ้ากัดเวลาและสถานที่ และลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก
        2. ความสะดวกในการชำระเงิน ลูกค้าสามารถชำระเงินโดยผ่านบัตรเครดิต หรือการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Banking, Internet Banking, Online Banking) ซึ่งสะดวกรวดเร็ว
        3. ลดการใช้ทรัพยากร เพราะการทำสัญญาแบบปกติต้องใช้กระดาษจำนวนมาก ต่างกับสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ต้องใช้กระดาษในการทำสัญญา
        4. เพิ่มทางเลือกและความหลากหลายให้แก่ผู้บริโภคที่สามารถเลือกทำนิติกรรม ผู้ประกอบการ บางรายนอกจากมีการขายสินค้าหน้าร้าน โดยวิธีการชำระเงินตามปกติ ยังเพิ่มช่องทางการซื้อขายสินค้าโดยทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ผู้บริโภคที่ไม่สามารถซื้อขายแบบหน้าร้านสามารถทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์แทนได้ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกและผู้ประกอบการขายสินค้าได้ง่ายขึ้น
        5. เปิดโอกาสให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprise, SMEs) เข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องจ้างคนเพื่อดูแลด้านสัญญาและการชำระเงิน ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบการชำระเงินจากธนาคารออนไลน์ (Online Banking) ได้ทุกเวลา เป็นการลดกำลังคนซึ่งถือเป็นต้นทุนในการค้า อย่างหนึ่งด้วย นอกจากนี้ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอสินค้าและจบการขายผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยตรง เป็นการขยายโอกาสและพัฒนาการค้าได้
        สำหรับบทบาทของอาเซียนเกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นั้น ประเทศในกลุ่มอาเซียนได้จัดการประชุมความร่วมมือด้านอิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียนขึ้น (e-ASEAN) ภายใต้ความตกลงด้านอิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน (e-ASEAN Agreement) โดยมีความมุ่งหมายให้รัฐดำเนินการออกกฎหมายรองรับ และการมีระบบรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมตามมาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการทำธุรกรรม ดังที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าแนวทางเกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งใน
ระดับสากล และระดับภูมิภาคมีความสอดคล้องซึ่งกันและกัน และเป็นการช่วยผลักดันการจัดทำกฎระเบียบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของแต่ละประเทศให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันอีกด้วย
 
 
ที่มา : ศรัณย์ เชิดเกียรติกุล สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา(องค์การมหาชน)                    
          (กรุงเทพธุรกิจ)

Editor Aectourismthai

รวบรวมข่าวสาร AEC