Tourism

5 ที่เที่ยวเมืองไทยในบรรยากาศเมืองนอก

by Editor Aectourismthai

ไม่ต้องไปไกล เมืองไทยมีหมด! กับ 5 ที่เที่ยวเมืองไทยในบรรยากาศเมืองนอก
บรรยากาศสไตล์อิตาลี ที่ “ปาลิโอ” (ภาพ : FB Palio Khao Yai)
       กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากกับการสร้างแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทยให้มี บรรยากาศเหมือนอยู่เมืองนอก เพื่อเป็นการสร้างความแปลกแตกต่างไม่จำเจให้กับนักท่องเที่ยว โดยแต่ละแห่งก็พยายามออกแบบและตกแต่งสถานที่ให้ออกมาสมจริงคล้ายคลึงกับ เมืองต้นแบบซึ่งส่วนมากจะมีต้นแบบมาจากประเทศฝั่งยุโรป ให้คนมาเที่ยวได้เดินเล่นชมบรรยากาศและถ่ายรูปอัปขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์ กราวกับได้ไปเที่ยวต่างประเทศก็มิปาน
       
       แหล่งท่องเที่ยวในบรรยากาศต่างประเทศในบ้านเรานั้นมีอยู่หลายแห่งด้วยกัน จะขอยกขึ้นมาแนะนำกัน 5 แห่ง ดังนี้
       
       เริ่มต้นที่ “ปาลิโอ เขาใหญ่” (Palio Khao Yai) ในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ปาลิโอออกแบบมาในสไตล์อิตาลี ทั้งด้านสถาปัตยกรรมและการตกแต่ง อีกทั้งชื่อปาลิโอนั้น ในภาษาอิตาเลียนหมายความว่า “รางวัล” อีกด้วย บรรยากาศภายในปาลิโอ มีการออกแบบให้เป็นกลุ่มอาคารและถนนคนเดินในบรรยากาศแบบอิตาลี มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ซึ่งทำให้ปาลิโอดูเหมือนเป็นหมู่บ้านขนาดย่อมๆ และยังมีพื้นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ อาทิ สวนหย่อม น้ำพุ ลานอเนกประสงค์สำหรับจัดการแสดงหรือดนตรี
 
ไม่ต้องไปไกล เมืองไทยมีหมด! กับ 5 ที่เที่ยวเมืองไทยในบรรยากาศเมืองนอก
อาคารขาว-ฟ้า เอกลักษณ์เด่นของ “ซานโตรินี พาร์ค”
       ส่วนที่ “ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ” (Santorini Park Cha-Am) ในอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นสะดุดตาด้วยสีสัน ขาว-ฟ้า ของอาคาร พื้นที่ภายในถูกออกแบบและตกแต่งจากแรงบันดาลใจในบรรยากาศอันงดงามของเกาะซาน โตรินี ประเทศกรีซ ภายในแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร โซนเครื่องเล่น และสวนน้ำ ที่ถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศสบายๆ ของอาคารสีขาว-ฟ้าสไตล์ชายทะเล และมีมุมสวยๆ สำหรับถ่ายภาพมากมาย อีกทั้งยังมีชิงช้าสวรรค์ที่สูงถึง 40 เมตร สำหรับผู้ที่ต้องการชมบรรยากาศในมุมสูงอีกด้วย
 
ไม่ต้องไปไกล เมืองไทยมีหมด! กับ 5 ที่เที่ยวเมืองไทยในบรรยากาศเมืองนอก
มุมถ่ายรูปน่ารัก ที่ “สวิส ชีพ ฟาร์ม”
       นอกจากนั้นในอำเภอชะอำก็ยังมี “สวิส ชีพ ฟาร์ม” (Swiss Sheep Farm) ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ไกลจากซานโตรินีมากนัก ภายในสวิส ชีพ ฟาร์ม มีบรรยากาศเป็นสไตล์ฟาร์มแบบยูโรคันทรี ซึ่งเป็นบรรยากาศที่มีทัศนียภาพในแบบทุ่งหญ้าที่โอบล้อมด้วยขุนเขา ภายในมีมุมสำหรับถ่ายรูปมากมายสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป และแน่นอนว่าต้องมีแกะ วัว และม้า มาสร้างสีสันทำให้เพิ่มบรรยากาศความเป็นฟาร์มมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้มาเยือนสามารถชมสัตว์เหล่านี้ใกล้ๆ ให้อาหารและถ่ายรูปคู่ไว้เป็นที่ระลึกได้อีกด้วย
       
       ที่ “เดอะ เวเนเซีย หัวหิน” ( The Venezia Hua Hin) ในอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ก็ออกแบบโดยจำลองสถาปัตยกรรมมาจากเมืองเวนิส (Venice) ประเทศอิตาลี เมืองที่มีมนต์เสน่ห์ในความเป็นเมืองแห่งสายน้ำ พื้นที่ภายในออกแบบให้มีสถาปัตยกรรมที่งดงามคลาสสิกตามแบบต้นฉบับสไตล์เวนิส นอกจากนี้ยังมีการจำลองจัตุรัสเซนต์มาร์ก (St.Mark Square) และหอระฆัง (Bell Tower) สัญลักษณ์ของเมืองเวนิส ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกมาไว้ที่ด้านหน้า โครงการ เพื่อเป็นลานกิจกรรมและจุดชมวิว อีกทั้งยังมีการจำลองคลองให้คล้ายกับเมืองเวนิสมากยิ่งขึ้น และยังมีเรือกอนโดลาให้บริการสำหรับล่องเรือชมบรรยากาศภายในเหมือนการล่อง เรือกอนโดลาชมเมืองเวนิส
 
ไม่ต้องไปไกล เมืองไทยมีหมด! กับ 5 ที่เที่ยวเมืองไทยในบรรยากาศเมืองนอก
“เรือกอนโดลา” และบรรยากาศแบบเวนิสที่เดอะ เวเนเซีย
       สถานที่ท่องเที่ยวบรรยากาศต่างประเทศแห่งสุดท้ายก็คือ “มิโมซ่า พัทยา” (Mimosa Pattaya) ตั้งอยู่ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ที่ได้จำลองบรรยากาศมาจากเมืองโกลมาร์ (Colmar) เมืองชนบทใกล้ชายแดนประเทศฝรั่งเศส-เยอรมัน ซึ่งเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองโรแมนติกติด 1 ใน 10 ของโลก บรรยากาศภายในให้อารมณ์ในแบบหมู่บ้านชนบทของยุโรป มีต้นไม้ร่มรื่นและคลองที่มีเป็ดและหงส์แหวกว่าย ดูเหมือนอยู่ในหมู่บ้านชนบทต่างแดน แต่ยังคงเอกลักษณ์ของเมืองพัทยาด้วยการจัดแสดงคาบาเรต์โชว์ที่ลานน้ำพุดนตรี ทุกวัน
       
       ถ้าใครอยากไปเที่ยวต่างประเทศแต่ไม่มีทุนทรัพย์ หรือเพียงอยากจะไปลองเที่ยวชิลๆ สัมผัสบรรยากาศแบบต่างประเทศตามสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ก่อนก็ได้เช่นกัน แต่จะได้บรรยากาศเหมือนต่างประเทศจริงๆ หรือปลอมๆ นั้น ต้องลองไปตัดสินใจกันเอาเอง
 
ไม่ต้องไปไกล เมืองไทยมีหมด! กับ 5 ที่เที่ยวเมืองไทยในบรรยากาศเมืองนอก
บรรยากาศต่างประเทศแบบชนบท ที่ “มิโมซ่า”



 ปาลิโอ เขาใหญ่ (Palio Khao Yai) เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม
       
       ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ” (Santorini Park Cha-Am) เปิดบริการ วันจันทร์ - พฤหัสบดี เวลา 10.00-20.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม วันศุกร์ - อาทิตย์, วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-21.00 น. เสียค่าเข้าชม 50 บาท (ไม่รวมค่าบริการเครื่องเล่น)
       
       สวิส ชีพ ฟาร์ม (Swiss Sheep Farm) เปิดบริการทุกวัน วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 18.00 น. ส่วนวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 08.30 - 18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท
       
       เวเนเซีย หัวหิน (The Venezia Huahin) เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-21.00 น. ค่าเข้าชม 50 บาท
       
       มิโมซ่า พัทยา (Mimosa Pattaya) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 23.00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 75 บาท
      



ที่มา manager.co.th

Editor Aectourismthai

รวบรวมข่าวสาร AEC