Related Articles

ธุรกิจท่องเที่ยวบุกงาน ATF เข็นแพ็กเกจ "เชื่อมโยง" ดูดทัวริสต์ทั่วโลก

by Editor Aectourismthai

 
ปิดฉากไปแล้วสำหรับงาน "อาเซียน ทัวริซึ่ม ฟอรั่ม 2013" หรือ "เอทีเอฟ" เทรดโชว์ขนาดใหญ่สุดในภูมิภาคอาเซียน เวทีสำหรับขยายเครือข่ายท่องเที่ยว เพิ่มโอกาสใหม่ ๆ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขาย เจรจาธุรกิจที่มีการนัดหมายไว้ล่วงหน้า ซึ่งจัดขึ้นที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 20-24 มกราคมที่ผ่านมา
 
งานนี้มีผู้ขายเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวจาก 9 ประเทศในอาเซียน ทั้งหมด 418 หน่วยงาน เป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากไทยเข้าร่วมงานมากสุด 117 หน่วยงาน โดยมีโรงแรม 107 ราย บริษัทนำเที่ยว 9 ราย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ส่วนผู้ซื้อมีจำนวนทั้งหมด 442 รายจากทั่วโลก โดยมาจากยุโรปมากที่สุด นำโดยเยอรมนี รองลงมาคือผู้ซื้อจากอาเซียน เอเชียใต้ และอเมริกา
 
 
"ประชาชาติธุรกิจ" ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการซื้อขายในงาน พบว่าแต่ละประเทศต่างขนสินค้าท่องเที่ยวออกมาโปรโมตมากมาย โดย "เมียนมาร์" ประเทศที่น่าจับตามอง ปีนี้เน้นโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่าง ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และบากัน เช่น พระราชวัง คิง พาเลซ รวมถึงสินค้าหาดทรายชายทะเลแถบภาคใต้ 
 
ขณะที่ "เวียดนาม" ก็ชูจุดขายความเป็นเมืองมรดกโลกอย่างฮาลองเบย์ เมืองฮานอย และอุทยานแห่งชาติพง นา-เก บาง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สมบูรณ์
 
"โบรามี ซิก" ผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีอาร์ ทัวร์ จำกัด ประเทศกัมพูชา ฉายภาพทิศทางการทำตลาดปีนี้ว่า เน้นการทำเส้นทางเชื่อมโยง ชูแหล่งท่องเที่ยวไฮไลต์ของกัมพูชาอย่างนครวัดเสียมเรียบ รวมถึงท่องเที่ยวทางทะเลจับตลาดนักท่องเที่ยวจีน เกาะสีหนุวิลล์ และมินิซาฟารีที่เกาะกง นอกจากนี้ยังมีโปรดักต์ล่องเรือครุยส์จากเวียดนามเข้ามายังทะเลสาบใจกลางประเทศ และอีโคทัวริซึ่มในพื้นที่ภาคตะวันออกของ
 
กัมพูชา ปีนี้คาดว่าจะมีต่างชาติเข้ากัมพูชามากกว่า 4 ล้านคน และเพิ่มเป็น 7 ล้านคนในปี 2558 ส่วนใหญ่เป็นตลาดจีน เกาหลีใต้ เวียดนาม และญี่ปุ่น
 
"ซูเฟียน ไซนูดีน" ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การท่องเที่ยวมาเลเซีย เล่าว่า สินค้าท่องเที่ยวของมาเลเซียที่นำมาโปรโมตใน
 
ปีนี้มีหลากหลาย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวแบบมนุษย์สร้าง (แมนเมด) เช่น เลโก้แลนด์ ที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อปีที่แล้ว และจะมีการลงทุนขนาดใหญ่โครงการซันเวย์ มีทั้งโรงแรมและธีมปาร์ก พร้อมโปรโมตแหล่ง
 
ดำน้ำ เช่น กูชิ่ง บนเกาะบอร์เนียว รัฐซาราวัก และไม่ลืมดึงงานอีเวนต์ขนาดใหญ่มาจัดในมาเลเซียเพื่อเพิ่มการใช้จ่าย และเพิ่มดีกรีดันมาเลเซียเป็นช็อปปิ้งเดสติเนชั่น
 
ขณะที่ "สิงคโปร์" ก็ใช้แหล่งท่องเที่ยวแมนเมดเจาะตลาดครอบครัวเพิ่ม โดย "แพม นิ ฮา" ผู้ช่วยผู้จัดการประจำประเทศเวียดนาม กัมพูชา ลาว การท่องเที่ยวสิงคโปร์ บอกว่า ปีนี้สิงคโปร์มีไฮไลต์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ การ์เด้น บาย เดอะ เบย์ และมารีไทม์ เอ็กซ์พีเรียนเชียล พิพิธภัณฑ์ในรีสอร์ต เวิลด์ เซ็นโตซ่า ซึ่งเปิดให้บริการไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา ส่วนอีกแห่งคือ ริเวอร์ ซาฟารี ที่เตรียมเปิดตัวภายในเดือนเมษายนนี้และ "สปป.ลาว" ชาติเจ้าภาพ "สิพอน แก้วมนีวง" หัวหน้าหน่วยงานท่องเที่ยว กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สปป.ลาว กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของลาวแบ่งการโปรโมตออกเป็น 3 กลุ่มสินค้า ได้แก่ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม เช่น วัดพระธาตุหลวงในเวียงจันทน์ และประวัติศาสตร์ทุ่งไหหิน ที่เมืองเชียงขวาง และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น น้ำตกตาด ป่าสงวน
 
แห่งชาติที่หลวงพระบาง และน้ำตกคอนพระเพ็งที่จำปาศักดิ์
 
ด้าน "สุรพล เศวตเศรนี" ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า นอกเหนือจากการประชุมตามกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียนแล้ว ททท.รู้สึกพึงพอใจกับจำนวนการนัดพบเจรจาซื้อขายที่ถือว่าหนาแน่นวันละ 20 ครั้ง ซึ่งงานเอทีเอฟในปีนี้เราได้พบกับผู้ซื้อจากตลาดใหม่ เช่น โมร็อกโก โรมาเนีย อาร์เซอร์ไบจาน โปแลนด์ นอกเหนือจากตลาดหลัก อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส รัสเซีย และสวิตเซอร์แลนด์ รวมการนัดพบซื้อขายทั้งหมด 17 ครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ไทยเรายังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม 
 
"ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ" ผู้อำนวยการตลาดยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาใต้ ททท. เสริมว่า ไทยยังเป็นแกนหลักที่ถูกเลือกเที่ยวมากที่สุด ก่อนจะกระจายไปเที่ยวในประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียน เพราะมีจุดขายในเรื่องความคุ้มค่าของเงิน ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุโรปที่ยังมีกระแสการเดินทางดีอยู่ แม้จะเผชิญปัญหาเศรษฐกิจในขณะนี้ 
 
ส่วนเทรนด์สินค้าท่องเที่ยวเอฟปีนี้ คือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรืออีโคทัวริซึ่ม และการท่องเที่ยววัฒนธรรม ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดในอาเซียน
 
"อัญชลี วานิช เทพบุตร" ประธานอนุกรรมาธิการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร บอกว่า หลังจากพูดคุยกับผู้ประกอบการไทยที่มาเปิดบูทในงานนี้ มีการนัดพบเจรจาซื้อขายกันมากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่สนใจตลาดอาเซียนอย่างมาก
 
ส่วน "กุลกนก เป้าพงศ์งาม" ผู้อำนวยการฝ่ายขายส่ง บริษัท เดสติเนชั่น เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนลูกค้าออสเตรเลียราว 60% ที่เหลือเป็นยุโรป โดยพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุโรปมียอดวันพักและใช้จ่ายลดลง และจะเลือกซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวผนวกหลาย ๆ เดสติเนชั่นอยู่แล้ว มากสุดอยู่ที่ 4 เดสติเนชั่น เช่น แพ็กเกจเที่ยวไทย ลาว เวียดนาม และสิงคโปร์
 
ฟากผู้ประกอบการจากมาเลเซีย 
 
"อับราฮัม ฮวัง" ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เอเชีย เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด บอกว่า ลูกค้าของเขาส่วนใหญ่มาจากยุโรป นิยมเดินทางเชื่อมโยงมาเลเซีย-สิงคโปร์ และไทย 
 
"กาบอร์ ลูคัส" ตัวแทนจากบริษัทเดลต้า ทราเวล ประเทศฮังการี ผู้ซื้อจากตลาดใหม่ในยุโรปเล่าว่า แนวทางการทำตลาดคือ จัดเส้นทางเชื่อมโยงไทยกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย ลาว และเวียดนาม โดยไทยเป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมสูง มีความคุ้มค่าเงิน ลูกค้าจึงนิยมเดินทางมาไทยกว่า 80% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มท่องเที่ยวเชิงให้รางวัล ฮันนีมูน และเอฟไอที เดสติเนชั่นยอดนิยมคือกรุงเทพฯ ภูเก็ต เกาะสมุย 
 
มียอดวันพักราว 2-3 สัปดาห์
 
"เบรน แดน แบรี่" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิสคัฟเวอรี่ แทรเวล ประเทศไอร์แลนด์ ให้ข้อมูลว่า เนื่องจากเขาทำตลาดกลุ่มฮันนีมูนและนักท่องเที่ยวเอฟไอทีซึ่งส่วนใหญ่เลือกซื้อทริประยะยาว จึงสนใจโรงแรมแบบพูลวิลล่า โดยนิยมพักที่กรุงเทพฯ 1 คืน เชียงใหม่ 2-3 คืน และเกาะสมุย 8 คืน นอกจากนี้ยังจัดทริปไปยังประเทศอื่นในอาเซียน เช่น กัมพูชา ลาว และเวียดนาม ที่นิยมไปดานังและฮาลองเบย์และนี่คือภาพรวมตลาดซื้อขายสินค้าท่องเที่ยวอาเซียนภายในงานเอทีเอฟ 2013


ขอบคุณข้อมูล ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

Editor Aectourismthai

รวบรวมข่าวสาร AEC