Related Articles

อุตสาหกรรมไม้เตรียมรับมือ AEC

by Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุ เตรียมทบทวนและเสนอให้มีการปรับแก้ พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 เพื่อขยายพื้นที่การปลูกป่าเศรษฐกิจขนาดใหญ่

 

ซึ่งจะนำไปสู่การส่งเสริมอุตสาหกรรมไม้และเครื่องเรือน และส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไม้ เพื่อการแข่งขันในภูมิภาคอาเซียน 

 
 
หม่อมราชวงศ์ พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงการผลักดันอุตสาหกรรมไม้และเครื่องเรือนว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งผลักดันให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมไม้และเครื่องเรือน ทั้งระบบ คือ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
 
 
ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวด้านการลดต้นทุนสินค้า ค่าแรง วัตุดิบ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อการแข่งขันในต่างประเทศ แม้ว่ายอดการส่งออกอุตสาหกรรมไม้และเครื่องเรือนทั้งระบบ ปีที่ผ่านมามีมูลค่า 1 แสนล้านบาท แต่การส่งออกส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้าง และยังไม่ครอบคลุมในอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จึงจำเป็นต้องเร่งศึกษาข้อดีและข้อเสียของภาคประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในอุตสาหกรรมไม้ที่มีกว่าร้อยละ 95 ยังมีจุดอ่อน คือ ผู้ประกอบการไทยยังเน้นการทำตลาดในประเทศเป็นหลัก มีต้นทุนการผลิตสูง ค่าจ้างแรงงานสูง ปัญหาด้านภาษา และปัญหาสำคัญ คือ ไทยยังมีแหล่งวัตถุดิบไม้ในประเทศ ที่ไม่สามารถรองรับความต้องการใช้ และต้องนำเข้าไม้จากต่างประเทศในปริมาณ 10 ล้านคิวบิคเมตรต่อปี 
 
กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งแก้ไขจุดอ่อนของภาคธุรกิจ และทบทวนกฏหมายเกี่ยวกับป่าไม้ในเชิงพาณิชย์ เช่น พระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 ที่มีข้อบัญญัติไม่เอื้อต่ออุตสาหกรรมป่าไม้ เช่น การจำกัดขนาดของสวนป่า โดยจะเสนอให้มีการปรับแก้ข้อบัญญัติบางส่วน และส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มโอกาสการแข่งขันของไทยในอาเซียน ให้ทันกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 เพราะอาเซียนเป็นตลาดที่มีการเติบโตค่อนข้างเร็ว จากปัจจุบันที่ไทยยังทำตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรปเป็นหลัก ซึ่งกำลังประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ 
 
 
ด้านนายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมไม้ของไทยประกอบด้วย ไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ไม้ที่ใช้ในการก่อสร้าง เช่น ไม้พื้น วงกบ ประตู หน้าต่าง กลุ่มผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์และกลุ่มไม้อัด ไม้บาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีสูงกว่ากลุ่มอื่น มีผู้ค้าและผู้ผลิตไม้ทั่วประเทศไทย กว่า 1หมื่นราย มีเกษตรกรปลูกสวนป่าเพื่อเศรษฐกิจมากกว่า 5หมื่นราย แรงงานในอุตสาหกรรมประมาณ 8แสนคน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมียอดการส่งออกเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่ 4หมื่นล้านบาท  และวัสดุก่อสร้างอยู่ที่ 6หมื่นล้านบาท

ที่มา : http://news.voicetv.co.th/business/44430.html