About AEC

อุดมศึกษาไทยพร้อมรับ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

by Editor Thekob Tourismthailand.org/AEC

ใกล้เข้ามาทุกขณะสำหรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(ASEAN Economic Community: AEC) ในปี 2558 หลายภาคส่วนมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ที่อาจจะเกิดขึ้นหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้วทั้งนี้รวมถึงในส่วนของภาคการศึกษาด้วยซึ่งอาจจะต้องมีการปรับตัวเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับนิสิตนักศึกษา ทั้งยังให้มีโอกาสเพิ่มในการที่จะรับนักศึกษาที่จะหลั่งไหลเข้ามาด้วย

รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟูาหลวง (มฟล.) กล่าวว่า บางมหาวิทยาลัยอาจจะต้องมีการปรับปรุงหลักสูตรบ้างเพื่อให้ผู้เรียนสามารถที่จะสื่อสารและทำงานกับเพื่อนบ้านที่อยู่ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้ ในส่วนของมหาวิทยาลัยแม่ฟูาหลวงเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษเพื่อที่จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนต้องตอบว่าไม่ได้เตรียมอะไรเป็นพิเศษ เพราะว่าเราเปิดการเรียนการสอนทุกหลักสูตรเป็นภาษาอังกฤษมาตั้งแต่แรกแล้วแต่ยกเว้นพวกที่เรียนเฉพาะทางคือสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์กับสำนักวิชานิติศาสตร์

การที่มีการตื่นตัวเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมากขึ้นทำให้มีเด็กมาเรียนที่เรามากขึ้นเนื่องจากเรามีความพร้อมมากเช่นเรื่องภาษาเรื่องวัฒนธรรมเรื่องความรู้เกี่ยวกับอาเซียน เราเปิดสอนมานานแล้วเป็น 10 ปี เช่นภาษาจีนนี่เราสอนมา 10 กว่าปีแล้วเราสอนเป็นภาษาจีนกลางอย่างเดียวเพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่าที่ประเทศจีนภาษาจีนกลางถือว่าเป็นภาษาสากลดังนั้นจึงเหมือนกับเราเตรียมพร้อมรองรับอาเซียนมาเป็น 10 ปีเลย อันที่จริง คิดว่าเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนยังไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ประชาคมอาเซียนมี 10 ประเทศ คือ ไทย สิงคโปร์ ลาว อินโดนีเซีย กัมพูชา บรูไน เวียดนาม พม่า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ที่น่าจะต้องเตรียมตัวก็คือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนบวกสามก็คือ 10 ประเทศที่ว่ามารวมกับประเทศจีนเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ตรงนั้นเราต้องเตรียมตัวเรื่องของการแข่งขันทางการค้ามากขึ้น

รองศาสตราจารย์ร.ต.อ.หญิง ดร.ยุพิน อังสุโรจน์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ว่า ในส่วนของนิสิตผู้เรียนในคณะพยาบาลนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเนื่องจากอาชีพพยาบาลเป็นวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนเราเปิดสอนระดับปริญญาโทและปริญญาเอกเท่านั้นเพราะเราต้องการยกระดับวิชาชีพพยาบาลให้สูงขึ้นซึ่งหลักสูตรปริญญาโทที่เปิดสอนคือ พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการพยาบาลสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ และสาขาวิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช เรียกว่าครอบคลุมในทุกด้านของพยาบาลหลักสูตรปริญญาโทนี้ไม่ใช่หลักสูตรนานาชาติหรือหลักสูตรอินเตอร์ฯ ยังเป็นหลักสูตรภาษาไทยอยู่ แต่การเรียนการสอนนั้นมีการปรับเราปรับเพื่อให้นิสิตต่างชาติเข้ามาเรียนกับเราด้วย เรามีนิสิตพยาบาลจากประเทศเพื่อนบ้านมาเรียนร่วมกับนักศึกษาไทยเราประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนิสิตจะเรียนร่วมกันทั้งหมดโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักเรื่องภาษานี่ไม่ต้องห่วงเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเพราะศัพท์เฉพาะทางของวิชาชีพพยาบาลจะเป็นมาตรฐานสากลส่วนหลักสูตรปริญญาเอกเป็นหลักสูตรนานาชาติซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนเป็นแบบนานาชาติทั้งหมดส่วนเนื้อหาการเรียนการสอน ศาสตร์ในการพยาบาลจะต้องเป็นมาตรฐาน หากการเรียนการสอนไม่ได้มาตรฐานแล้วจะไม่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ คณะพยาบาลศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศพอสมควร นิสิตระดับปริญญาเอกมีการเดินทางไปศึกษาหาความรู้เพื่อนำมาพัฒนางานวิจัยกับสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้วคิดว่านิสิตจากต่างประเทศไม่ได้แย่งงานของนิสิตไทยเราหรอกแต่คิดว่าเป็นการพัฒนาวิชาชีพพยาบาลพัฒนาวิชาความรู้ให้พยาบาลของเราอยู่ในระดับชั้นนำสามารถเป็นที่พึ่งของสังคมได้สำหรับนิสิตที่จบปริญญาโทปริญญาเอกถ้าเป็นนิสิตไทยของเรา เราพัฒนาให้เป็นนักวิจัย เป็นผู้นำทางการพยาบาลสามารถปฏิบัติการทางวิชาชีพขั้นสูงได้ส่วนนิสิตต่างชาติเมื่อเขาจบแล้วเขาสามารถสร้างคุณประโยชน์ให้กับคนได้มากมาย

อ.สลิลาทิพย์ ทิพยไกรศร อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจและศูนย์นวัตกรรมลอจิสติกส์(CiL) สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์(PIM) กล่าวว่า ในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เราไม่สามารถปฏิเสธการแข่งขันที่จะรุนแรงขึ้นโดยเฉพาะโอกาสในการทำงาน ดังนั้นการเตรียมความพร้อมในด้านการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะธุรกิจต่างๆมีโอกาสเลือกพนักงานมากขึ้น องค์กรต่างๆ ต้องการผู้ที่มีความสามารถหรือมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และที่สำคัญคือต้องสามารถปฏิบัติงานได้ ดังนั้นจึงอาจเป็นปัญหาสำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์การทำงานดังนั้นรูปแบบการเรียนการสอนในรูปแบบของการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติงาน(Work-Based Learning) คือการเรียนเชิงทฤษฎีควบคู่ไปกับการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง เพราะจะช่วยให้นักศึกษาเข้าใจและเชื่อมโยงจากภาคทฤษฎีสู่การปฏิบัติได้ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษามีประสบการณ์ทำงาน และสามารถทำงานได้อย่างรู้ลึกรู้จริง นั่นก็จะทำให้นักศึกษาที่ผ่านการเรียนรูปแบบ Work-Based Learning มีโอกาสในการทำงานมากขึ้นนั่นเอง ส่วนตัวครูผู้สอนนั้นอาจต้องปรับเปลี่ยนทั้งเนื้อหาที่สอน และเพราะการก้าวเข้าสู่ AEC ทำให้มุมมองในทุกด้านเปลี่ยนแปลงไป แต่เดิมหากเราสอนด้านลอจิสติกส์ ก็อาจพิจารณาเส้นทางการขนส่งเพียงแค่ในประเทศแต่หากเปิด AEC อาจต้องพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานที่ทางภาครัฐลงทุนใหม่ รวมทั้งเส้นทางหรือตำแหน่งที่ตั้งคลังสินค้านั้นต้องเชื่อมโยงกับประเทศสมาชิกอาเซียนดังนั้นครูผู้สอนเองก็ต้องศึกษาข้อมูลต่างๆเพื่อปรับปรุงและพัฒนาเนื้อหาและรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นซึ่งสุดท้ายประโยชน์ก็จะตกไปสู่ลูกศิษย์นั่นเอง

ที่มา :